Saturday, October 6, 2018

แอลอีดี(LED) รักษาเด็กตัวเหลือง

แอลอีดี(LED) รักษาเด็กตัวเหลือง


อย่ามองข้ามภาวะตัวเหลืองในเด็ก เพียงเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในทารกแรกคลอดทุกคน เพราะภัยร้ายที่ซ่อนอยู่คือความพิการทางสมอง หรืออันตรายต่อระบบภายในของตัวเด็กเอง แม้จะพบได้ไม่มาก แต่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น แต่ตอนนี้แพทย์ไทยก้าวหน้า วิจัย หลอดไฟแอลอีดี(LED) รักษาเด็กตัวเหลือง ได้สำเร็จ

เรื่องนี้ ศ.เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย อธิบายว่า ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด เป็นผลพวงตั้งแต่ที่อยู่ในครรภ์แล้วมีการนำเข้าออกซิเจนน้อย ที่จริงสามารถวัดออกซิเจนในเลือดของแม่ได้จากเครื่องวัดออกซิเจน(Pulse Oximeter) ก็ได้  เด็กเมือรับออกซิเจนจากแม่น้อยจึงต้องใช้เม็ดเลือดแดงเยอะ หลังจากคลอดแล้วการใช้เม็ดเลือดน้อยลงที่เคยมีอยู่เยอะ ๆ ก็จะแตกออก กลายเป็นน้ำดี ทำให้ตัวเหลืองตามมา 

โดยทั่วไปร่างกายเด็กจะสามารถขับน้ำดีออกได้เอง ถ้าขับไม่ทันแพทย์จะช่วยด้วยการเอาไฟมาส่อง หรือให้รับประทานน้ำ แต่บางรายที่มีการผิดปกติมาก ตัวเหลืองมาก เม็ดเลือดแตกง่ายกว่าธรรมดา หากถึงขั้นที่มีเลือดออกที่กล้ามเนื้อ ถือเป็นภาวะที่ค่อนข้างรุนแรง ต้องรักษาด้วยการถ่ายเลือด 

และ ถ้าเด็กที่เกิดมาไม่มีท่อน้ำดี หรือท่อน้ำดีมีปัญหา จะทำให้น้ำดีที่แตกออกไม่สามารถระบายออกทางตับได้ ทำให้ตัวเหลือง ตาเหลือง ต้องผ่าตัดต่อระบายน้ำดีออกทางลำไส้ซึ่งอาจมีปัญหาเรื่องการติดเชื้อตามมา ถ้าไม่รีบทำก็จะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ลงท้ายด้วยการต้องเปลี่ยนตับตั้งแต่ยังแบเบาะ ซึ่งพบน้อย แต่พบได้ 

ถ้าน้ำดีสูงมาก ประมาณ 20 มิลลิกรัม จะสามารถซึมเข้าไปที่สมอง ให้สมองพิการ กลายเป็นเด็กปัญญาอ่อน แพทย์ต้องเร่งทำการถ่ายเลือด เอาน้ำดีออก ส่วนเด็กที่คลอดก่อนกำหนดมีความเสี่ยงมากกว่า แค่ค่าน้ำดีอยู่ในระดับประมาณ 15 มิลลิกรัมก็อาจจะอันตรายแล้ว ปัจจุบันหลังคลอดแพทย์จะทำการวัดค่าตัวเหลืองในเด็กทุกราย

 อีกด้านหนึ่ง นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ บอกว่า ในส่วนของการส่องไฟรักษาภาวะตัวเหลืองในเด็กนั้น ล่าสุด สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต 3 จ.นครสวรรค์ พัฒนาเครื่อง “แอลอีดี โฟโตเธอราปี (LED Phototherapy)” ที่ใช้หลอดไฟแอลอีดี(LED)ชนิดแสงสีฟ้า มากระจายรังสีอินฟราเรดและรังสีอัลตราไวโอเลตไปที่ตัวทารกทั้ง 4 ด้าน 

คลื่นแสงจากหลอดไฟแอลอีดี(LED)ที่ส่งไปมีความยาวได้มากกว่าเดิม ใช้พลังงานต่ำ ตั้งเป็นหลอดไฟเปิดปิดอัตโนมัติ (Motion Sensor Light) เกิดความร้อนน้อย ย่นระยะเวลาการรักษา ลดระดับภาวะตัวเหลืองจนเกือบเป็นปกติใน 1 วัน เมื่อเทียบจากเครื่องแบบเก่าจะใช้เวลา 3 วัน นับเป็นเครื่องแรกของประเทศ  

ที่สำคัญคือ หลอดไฟแอลอีดี(LED)ชนิดแสงสีฟ้าปลอดภัยต่อผิวหนังของทารก สามารถปรับความเข้มของแสงได้ 5 ระดับ ทนต่อการสั่นสะเทือน มีเครื่องนับเวลาการใช้งาน เหมือนเป็นไฟอัตโนมัติ (Motion Sensor Light)  สะดวกในการบำรุงรักษาเครื่อง โดยได้ ติดตั้งกล้องวงจรปิดไร้สาย (กล้อง IP Camera) ไว้ที่เครื่องส่องไฟแอลอีดี(LED) แล้วเชื่อมต่อมาที่จอมอนิเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเพื่อติดตามอาการเด็กได้ตลอดเวลา 

จากการทดสอบเทียบที่สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ พบว่าคลื่นแสงจากหลอดไฟแอลอีดี(LED)ที่ส่งออกมามีความเหมาะสมสำหรับการรักษา และปลอดภัยต่อผิวหนังของเด็ก เมื่อเทียบจากหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม ที่ส่งผลให้ผิวหนังของทารกเกิดการตก นับเป็นเครื่องฯ ต้นแบบของประเทศไทย  นพ.ธงชัย กล่าวในตอนท้าย.

Cr.ข่าวเดลินิวส์

Tuesday, August 7, 2018

แอพใหม่ Wongnai POS สำหรับ ร้านอาหาร ออนไลน์

แอพใหม่ Wongnai POS สำหรับ ร้านอาหาร ออนไลน์

แอพใหม่ Wongnai POS สำหรับ ร้านอาหาร ออนไลน์


Wongnai บริการรวมข้อมูลและรีวิวร้านอาหาร เปิดตัวบริการใหม่ระบบการจัดการร้านอาหารแบบครบวงจร สำหรับคนที่อยากเริ่มทำร้านอาหารหรือคนที่ทำร้านอาหารอยู่แล้วแต่อยากได้ระบบที่จะทำให้จัดการดูแลร้านอาหารได้ดีขึ้น มีแอพพลิเคชั่นเด็ดมาให้ใช้งานเพียบแบบที่ปกติต้องจ่ายปีละเป็นหมื่น แต่นี่ Wongnai เอามาให้ใช้กันฟรีๆไปเลย กับแอพพลิเคชั่นใหม่ Wongnai POS

แอพใหม่ จาก Food Story
แอพใหม่ Wongnai POS นี้ทาง Wongnai ได้ร่วมมือกับทีม Food Story ที่ทำแอปพลิเคชันระบบจัดการร้านอาหารอยู่แล้ว ที่ทำแอปด้านนี้ให้เหล่าร้านดังมาช่วยทำระบบให้ มีประสบการณ์ทำให้เชนร้านอาหารชื่อดังมากมาย เช่น Central Food Hall มาเป็นเบื้องหลังให้ ทำให้มั่นใจถึงประสิทธิถาพของแอพพลิเคชั่นได้ โดยทางทีม Wongnai ได้เข้าไปร่วมทุนอัดฉีดทีม Food Story ด้วยเงินถึง 1 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า 33 ล้านบาทเลยทีเดียว

เครื่องอ่าน QR Code กับ แอพใหม่
แอพพลิเคชั่น Wongnai POS เป็นระบบการจัดการร้านอาหารออนไลน์ครบวงจรที่ใช้งานง่ายและฟรี แค่มี iPad เครื่องเดียวก็สามารถโหลดลงมาลงทะเบียนแล้วใช้ได้เลย มีหน้าจอและฟีเจอร์จำเป็นในการทำร้านอาหารครบครันทั้งรับออเดอร์ เก็บเงิน สรุบยอดบัญชี และสามารถต่อกับเครื่องปริ้นท์ใบเสร็จ, ลิ้นชักเก็บเงินและ เครื่องอ่าน QR Code เพื่อชำระเงินออนไลน์ได้ทันที เงินเข้าระบบธนาคารหักเงินนำส่งร้านค้าในเวลาถัดมา

อัพเดตโปรโมชั่น ร้านอาหาร ออนไลน์
โดย Wongnai ดังเดิมเป็นบริการค้นหาร้านอาหารและรีวิวร้านอาหารผ่านทั้งทางเว็บ Wongnai และ แอพพลิเคชั่น Wongnai บน iOS และ Android ที่มีผู้ใช้งานอยู่มากถึง 8 ล้านคน ซึ่งร้านค้าที่เปลี่ยนมาใช้งานแอพใหม่ Wongnai POS จะเชื่อมต่อร้านอาหารของเราเข้าไปในลิสต์ของ Wongnai และเข้าไปปรับเปลี่ยนข้อมูลหรืออัพเดตโปรโมชั่นต่างๆของร้านเราใน Wongnai ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการการปรับเมนู, เวลาเปิด-ปิด และโปรโมชั่น ได้บนออนไลน์ เปลี่ยนทีเดียวได้ทั้งเว็บและแอปบนมือ

บริการสั่งอาหาร ออนไลน์ ส่งถึงที่
นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางการขายให้ร้านค้าแบบง่ายๆไม่ต้องเปิดสาขาเพิ่ม ด้วยการรองรับระบบรับออเดอร์ผ่าน LINE MAN บริการสั่งอาหารส่งถึงที่ ทั้งสะดวกและรวดเร็ว ณ ปัจจุบันมีลูกค้าผู้สั่งซื้อมากกว่า 6 หมื่นครั้งต่อสัปดาห์และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีก โดยจะรับออเดอร์จากลูกค้าโดยตรงไม่ต้องรอเมสเซนเจอร์มาถึงร้านก่อนผ่านระบบ Food Delivery Notification ในแอปพลิเคชัน Wongnai POS เพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านอาหาร

ชำระเงินค่าอาหารผ่าน QR Code
และแอปพลิเคชัน Wongnai POS ที่น่าสนใจคือระบบจ่ายเงินค่าอาหารผ่าน QR Code จาก SCB Easy เพียงแค่สแกนผ่าน เครื่องอ่าน QR Code ก็จ่ายเงินได้เลย โดยฟีเจอร์นี้เชื่อมเข้ากับ เครื่องอ่านคิวอาร์โค้ด กับระบบเก็บเงินของร้านค้าทำให้นับยอดได้เลยและมีระบุค่าอาหารไว้ชัดเจนไม่ต้องกลัวจ่ายเงินผิดหรือทอนเงินผิด เพิ่มความสะดวกให้กับทั้งร้านอาหารและลูกค้าสำหรับร้านค้าที่มีระบบเดิมอยู่แล้ว และใช้งานเพียงแค่เก็บเงินเท่านั้น เป็นเรื่องน่าเอาไปคิดนะว่าจะเปลี่ยนมาใช้แอพใหม่ Wongnai POS แทนดีหรือไม่

แอพใหม่ Wongnai POS โหลดฟรี
เพราะแอปพลิเคชัน Wongnai POS มันฉลาดขึ้นกว่าเดิมมาก และระบบเดิมเราก็ไม่สามารถดึงข้อมูลออกมาใช้งานได้เท่าไหร่นัก ร้านอาหารเปลี่ยนมาใช้แอพใหม่ Wongnai POS มันช่วยให้เราสามารถสรุปการดำเนินการ ดูรายงานยอดตัดเงินออนไลน์เข้าบัญชีร้านค้าได้ทันทีแบบเรียลไทม์ รวมถึงตรวจสอบยอดขาย และอื่นๆผ่านเน็ตได้เลยอีกต่างหาก การทิ้งของเก่าหันมาใช้ของใหม่ แค่เสียเวลาติดตั้งลงข้อมูลเมนูนิดหน่อยติดตั้ง เครื่องอ่านคิวอาร์โค้ด ก็ใช้งานได้เลย ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมโหลดฟรี ก็อาจจะคุ้มค่าดีนะ

Cr.Droidsans

Friday, February 16, 2018

เครื่องมือวัดแสง ห้องเรียน

เครื่องมือวัดแสง ห้องเรียน


ห้องเรียนของโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในเขตเมืองใหญ่ปัจจุบันส่วนมากเป็นห้องปรับอากาศโดยการปรับปรุงอาคารเรียนที่ออกแบบตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งไม่ได้ออกแบบไว้ให้เป็นห้องเรียนปรับอากาศ เมื่อมีการปรับปรุงห้องเรียนให้สามารถติดเครื่องปรับอากาศได้ ก็มีความจำเป็นต้องกั้นห้องปิดหน้าต่าง ปิดประตูเพื่อปิดกั้นความร้อนจากภายนอก และใส่หลอดไฟเพื่อให้มีแสงสว่างแทนแสงจากธรรมชาติ และนอกจากนั้นถ้ามีการจัดการเรียนการสอนในเวลาค่ำที่ไม่มีแสงสว่างจากธรรมชาติหรือแสงแดด ไฟส่องสว่างในห้องเรียนจึงเป็นความจำเป็นเพื่อให้เกิดความสบายตาแก่นักเรียนและครูอาจารย์

ความเข้มแสง ที่เหมาะสม แต่ละห้องเรียน
ความสว่างที่เหมาะสมตามมาตรฐาน CIE (International Commission on Illumination) นั้น กำหนดให้ห้องทำงาน สำนักงาน ห้องคอมพิวเตอร์ และห้องเรียน มีความเข้มแสง 500 ลักซ์ วัดความเข้มแสงได้จาก เครื่องมือวัดแสง ส่วนห้องฝึกงานหรือห้องทำงานเขียนแบบ งานละเอียด 750 ลักซ์ งานชิ้นส่วนเล็ก 1,000 ลักซ์ งานชิ้นส่วนเล็กมาก งานเครื่องมือวัด 1,500 ลักซ์ และงานผ่าตัด 2,000 ลักซ์ เป็นต้น

ปรับความเข้มแสง ห้องคอมพิวเตอร์
สิ่งที่ต้องระวังในเรื่องการให้แสงสว่างในห้องหรือบริเวณที่มีจอคอมพิวเตอร์ ก็คือ ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดแสงสะท้อนขึ้นในจอคอมพิวเตอร์ซึ่งโดยทั่วไปก็คือ ถ้าติดตั้งหรือให้การส่องสว่างที่ไม่ถูกต้องบางครั้งก็มีแสงสะท้อนให้เห็นรูปโคมในจอคอมพิวเตอร์ ทำให้อ่านข้อความในจอได้ลำบาก วิธีการแก้ไขไม่ให้เกิดแสงดังกล่าวสามารถทำได้หลายอย่างอาทิ เช่น ในห้องที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ควรให้แสงสว่างทั้งแบบโดยตรงและโดยอ้อม ส่วนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ควรให้ทิศทางการมองเครื่องขนานกับกำแพงหรือไม่ควรวางเครื่องคอมพิวเตอร์ใกล้หน้าต่าง และโคมไฟแสงสว่างไม่ควรวางเหนือเครื่องคอมพิวเตอร์

เพิ่ม ความเข้มแสง ด้วยเหลอดไฟ
เมื่อมีการใส่หลอดไฟและปรับอากาศห้องเรียนอาจทำให้แสงสว่างในห้องเรียนไม่เพียงพอ หรืออาจมีแสงสว่างเกินกว่าที่ควรจะเป็น การดูแลให้ห้องเรียนมีแสงสว่างพอดีกับการเรียนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญซึ่งสามารถคำนวนค่าความเข้มแสงได้จาก เครื่องมือวัดแสงเพื่อช่วยลดปัจจัยสำคัญสำหรับปัญหาทางการมองเห็น ความสบายตาหรือสุขภาพตาของนักเรียนอย่างมาก มีนักเรียนจำนวนหนึ่งต้องใส่แว่นสายตาเพราะห้องเรียนมีแสงสว่างไม่พอหรือแสงสว่างมากเกินไป แล้วมักจะถูกละเลยจากผู้รับผิดชอบสถานศึกษา ที่อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญความสว่างที่เพียงพอต่อความสบายตาของนักเรียนและครูอาจารย์ในห้องเรียน

แสงสว่างเพียงพอ ถนอมสายตา นักเรียน
การที่นักเรียนต้องเรียนอยู่ในห้องเรียนที่แสงสว่างไม่เพียงพอที่สายตาจะต้องปรับการมองเห็น เป็นเวลาอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวันและ 5 วันต่อสัปดาห์ส่งผลต่อสุขภาพสายตาของนักเรียนอย่างมาก จากการสังเกตพบว่า นักเรียนโรงเรียนในเมืองใหญ่มีจำนวนนักเรียนใส่แว่นสายตามากกว่านักเรียนในต่างจังหวัดที่ห้องเรียนใช้แสงธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตามอาจมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมอยู่ด้วย เช่น แฟชั่น การตระหนักในการดูแลสุขภาพ และฐานะทางเศรษฐกิจของนักเรียนในเมืองใหญ่เป็นตัวแปรร่วมด้วย

ลดความเมื่อยล้า สายตา ครูอาจารย์และนักเรียน
ส่วนปัญหาสายตาที่เกิดจากการจัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียนและความเข้มแสงไม่เหมาะสมเกิดความเมื่อยล้าสายตานั้นสามารถแก้ไขได้โดยให้มีการตรวจวัดความสว่างในห้องเรียน ปรับเปลี่ยนหลอดไฟให้แสงสว่างเหมาะสมของแต่ละห้องที่ใช้งานต่างกัน เช่น ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และห้องทำงานเฉพาะทาง การเพิ่มลดแสงสว่างโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทางสุขภาพสายตาเกิดความเมื่อยล้าสายตาเป็นเวลานาน ๆ ที่เกิดขึ้นแก่นักเรียนและครูอาจารย์นั้นควรมีการทบทวนเพื่อหาความเหมาะสมสำหรับการปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมากที่สุด ซึ่งสามารถทำได้ง่ายมากด้วยการวัดค่าความสว่างมาตรฐานตามความเหมาะสมของแต่ละห้องที่ใช้งานจริง สามารถช่วยลดความเมื่อยล้าสายตาและลดการตัดแว่นสายตาสำหรับครูอาจารย์และนักเรียน อีกทั้งสบายตา สบายใจและมีความสุขกับการเรียนการสอน

Cr.ไทยรัฐ,โมเม บล็อค

เครื่องมือวัดแสง ใน ห้องทำงาน

เครื่องมือวัดแสง ใน ห้องทำงาน


การมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวของเราถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกิจกรรมประจำวันตั้งแต่ตื่นเช้า การดำเนินกิจกรรม ส่วนตัว ทำอาหารในห้องครัว การเดินทาง การทำงาน อ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ และอีกมากมายที่ต้องใช้สายตามองเพื่อให้เกิดประโยชน์ กับการดำเนินชีวิต การมองเห็นอย่างชัดเจนถูกต้อง และเกิดความสบายตา ควรมีการจัดแสงสว่างให้ถูกต้องเหมาะสมกับสถานที่ ลักษณะการดำเนินกิจกรรมของตน โดยแสงสว่างต้องมีปริมาณความเข้มข้นแสง ที่เหมาะสม มีคุณภาพสำหรับการมองเห็นที่ดี

ความเข้มแสง & การอ่านเอกสาร
แสงสว่างที่เหมาะต่อการอ่านเอกสารในห้องทำงาน ตามหลักวิชาการจะเรียกว่าดูความเข้มแสงที่เพียงพอต่อการอ่าน โดยจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า เครื่องมือวัดแสง (Lux Meter) วัดปริมาณแสง ในหน่วย Lux (ลักซ์) ซึ่งจะวัดความเข้มแสงออกมาเป็นตัวเลข โดยความเข้มแสงที่เหมาะกับการทำงาน เช่น อ่านเอกสารในห้องทำงานจะอยู่ที่ 300-500 Lux (ลักซ์) ดังนั้น เวลาอ่านหนังสือในแสงสว่างปกติ ที่ไม่มืดหรือสว่างจนเกินไปจะดีที่สุด อาจจะอยู่ในร่มที่ไม่มีแดดส่องมาโดน หรืออ่านเอกสารในห้องทำงานตอนกลางคืน อาจจะต้องเปิดโคมไฟส่องเวลาอ่านหนังสือ

ความเข้มแสง & การมองเห็น
การจัดการความเข้มของแสงสว่างที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงาน แสงสว่างที่น้อยหรือมาก เกินไป หรือ แสงจ้า ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานมากเกินไป เกิดความเมื่อยล้า กล้ามเนื้อหนังตากระตุก ปวดตา มึนศีรษะ นอนไม่หลับ ความสามารถในการมองเสื่อมลงเป็นผลให้เกิด อุบัติเหตุในการทำงาน การมองเห็นอย่างชัดเจนถูกต้อง และเกิดความสบายตา ควรมีการจัดแสงสว่างให้ถูกต้องเหมาะสมกับสถานที่ ลักษณะการทำงานของพนักงาน โดยแสงสว่างต้องมีปริมาณความเข้มข้นแสงที่เหมาะสมเพียงพอและมีคุณภาพสำหรับการมองเห็นทีดี ที่เราสามารถวัดความเข้มแสงที่เหมาะสม ด้วย เครื่องมือวัดแสง (Lux Meter)

ความเข้มแสงที่เหมาะสม ห้องทำงาน 
-ห้องสุขา 100 ลักซ์
-ห้องประชุม 300 ลักซ์
-โรงอาหาร 200 ลักซ์
-ห้องคอมพิวเตอร์ 400 ลักซ์
-ห้องเก็บของ 50-200 ลักซ์
- ห้องพักฟื้น 50 ลักซ์
- ห้องตรวจรักษา 400 ลักซ์
- ห้องถ่ายเอกสาร 300 ลักซ์
- ห้องนิรภัย 100 ลักซ์
- ห้องจองตั๋วหรือห้องขายตั๋ว 400 ลักซ์

เพิ่มความเข้มแสง ด้วย หลอดไฟ
แสงสว่างนั้นมีผลกระทบต่อพนักงาน กรณี แสงสว่างน้อยเกินไป จะมีผลเสียต่อนัยน์ตา ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานมากเกินไป ทำให้เกิดความเมื่อยล้าของนัยน์ตาที่ต้องเพ่งชิ้นงาน ทำให้เกิดอาการปวดศรีษะ มึนศรีษะได้ และในกรณีความเข้มแสงมากเกินไป จะทำให้พนักงานเกิดความไม่สบาย เมื่อยล้า ปวดตา กล้ามเนื้อตากระตุก ซึ่งทั้งแสงสว่างมากไปน้อยไป จะทำให้เกิดผลเสียทางสายตาแล้วยังทำให้เกิดอุบัติเหตุในการทำงานขึ้นได้ด้วย แสงธรรมชาติเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงควรตรวจสอบความเพียงพอของระบบไฟส่องสว่างในพื้นที่สำนักงาน ด้วย เครื่องมือวัดแสง (Lux Meter) ถ้าไม่เพียงพออาจจำเป็นต้องเพิ่มความสว่างในห้องทำงานด้วยการติดหลอดไฟส่องสว่างเพิ่ม

Cr.วารสารกรมวิทยาศาสตร์บริการ

เครื่องมือวัดแสง ที่ทํางาน

เครื่องมือวัดแสง ที่ทํางาน



เนื่องจากที่ทำงานด้านเอกสารจะต้องใช้สายตาอย่างมาก เมื่อมีความเข้มของการส่องสว่างที่ไม่เพียงพอจะทำให้สายตาต้องปรับขยายรูม่านตาเพื่อเปิดรับแสงให้เข้ามามากขึ้น กล้ามเนื้อรอบดวงตาก็จะต้องทำงานหนัก ทำให้เกิดความเมื่อยล้าของสายตา เพราะการที่ต้องทำงานโดยใช้สายตาเป็นเวลานานก็มีผลต่อสุขภาพสายตาอยู่แล้ว หากมีปัจจัยอื่น เช่น แสงสว่างที่ไม่เพียงพอ จะยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ การทำงานที่ต้องใช้สายตาในที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ ยังจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ไม่มีสมาธิในที่ทํางาน เกิดความเครียดในการทำงาน เป็นต้น

ลักซ์ ( Lux) ความเข้มแสง
ดังนั้นเราควรวัดความเข้มแสงซึ่งมีหน่วยเป็น ลักซ์ ( Lux) ที่จำเป็นเพื่อให้เหมาะสมกับที่ทํางานของคุณอย่างเห็นได้ชัดขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่กำลังทำ ความเข้มแสง (ลักซ์ ( Lux)) วัดได้ด้วย เครื่องมือวัดแสง ที่จำเป็นสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานที่แตกต่าง ระบบแสงสว่างที่ดี ต้องให้แสงที่พอเหมาะสมกับชนิดของงานที่ทำ และมีความสมํ่าเสมอของแสงสว่าง ไม่ใช่บางจุดก็มืด บางจุดก็สว่างจ้า นอกจากนี้เพดาน ผนัง และพื้นก็ต้องช่วยลดความจ้าของแสงด้วย เพราะแสงที่จัดจ้าจนเกินไป ไม่ว่าจะมาจากโคมไฟโดยตรง หรือเกิดจากการสะท้อนแสง ก็ล้วนแล้วแต่อันตรายกับดวงตาอันบอบบางของเราทั้งสิ้น ปกติแล้ว งานแต่ละชนิดจะมีความจำเป็นในการใช้แสงสว่างที่แตกต่างกันออกไป

เครื่องมือวัดแสง ในที่ทำงาน
การใช้เครื่องมือวัดความเข้มแสงในบริเวณนั้นๆ เพื่อตรวจสอบแสงสว่างภายในอาคาร บริเวณสถานที่ทำงาน เช่น สายงานการผลิตในโรงงาน หรือ ห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล ซึ่งต้องให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่เหมาะสมและมีความปลอดภัยต่อสายตาพนักงาน การวัดความเข้มแสงและปริมาณแสงจึงควรมีอุปกรณ์วัดความเข้มแสง หรือที่เรียกว่า เครื่องวัดแสง (Lux Meter) เป็นอุปกรณ์สำหรับวัดความสว่างเฉพาะความเข้มที่ปรากฏในสายตาของมนุษย์ อาทิ เช่น ถ้าเป็นงานพิมพ์เอกสาร การเขียน การอ่าน จะต้องมีความเข้มของแสงสว่างไม่ต่ำกว่า 400 ลักซ์ และสำหรับห้องคอมพิวเตอร์ งานบันทึกข้อมูลและบริเวณที่แสดงผลข้อมูล (จอคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์) จะต้องมีความเข้มของแสงสว่างไม่ต่ำกว่า 600 ลักซ์ ถ้ามีความสว่างไม่เพียงพอ จะเกิดความรู้สึกตาพร่า เวียนศีรษะ บางรายมีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ ทำให้ไม่มีสมาธิในที่ทํางาน

ความเข้มแสง ที่เหมาะสม ในที่ทำงาน
- ขนย้าย บรรจุ บด เกลี่ยวัตถุ ความเข้มแสงไม่ควรน้อยกว่า 50 ลักซ์
- การผลิตหรือประกอบชิ้นงานหยาบ ๆ การสีข้าว ความเข้มแสงในบริเวณนั้นไม่ควรน้อยกว่า 100 ลักซ์
- เย็บผ้า ควรมีแสงสว่างบริเวณนั้นไม่น้อยกว่า 200 ลักซ์
- สถานที่ทำงานที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ เช่น เจียรนัยเพชรพลอย ควรมีความเข้มแสงอย่างน้อย 1000 ลักซ์
- ถนน ทางเดิน เฉลียง ควรมีความเข้มแสง ไม่น้อยกว่า 50 ลักซ์ เป็นต้น

ความเข้มแสง ห้องสัมมนา ห้องเรียน
นอกจากนี้ห้องเรียน ห้องสัมมนาก็เช่นกัน การทำงานเอกสารที่มีความสว่างน้อยเกินไปก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อสายตาได้เนื่องจากจะต้องเพ่งสายตาเป็นเวลานาน เช่นการอ่านหนังสือ การเขียนหนังสือในที่ที่มีแสงน้อยๆ จะทำกล้ามเนื้อตาเสื่อมเร็วกว่าปกติ ดังนั้นจึงต้องอ่านหนังสือและเขียนหนังสือในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ เช่นมีการกำหนดความสว่างสำหรับห้องเรียน ห้องสัมมนาไว้ 300-700 Lux เป็นต้น ความสว่างที่เหมาะสมในสถานที่ต่างๆ จึงมีความสำคัญมากต่อการทำงาน เป็นการถนอมสายตาแก่พนักงาน จึงควรวัดความเข้มแสงด้วย เครื่องมือวัดแสง เพื่อกำหนดความสว่างที่เหมาะสมไว้ จะต้องให้แสงสว่างเพียงพอเพื่อให้แน่ใจว่าที่ทํางานและการอบรมที่ต้องใช้สายตากับเอกสารเหมาะสมและสบายแก่สายตา ที่สามารถทำได้อย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพสายตาของพนักงาน

Cr.EUafp,Stou

Thursday, January 19, 2017

ติดตาม ซากอุกกาบาตตก และ ตามเก็บขยะอวกาศนอกโลก

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


ติดตาม ซากอุกกาบาตตก และ ตามเก็บขยะอวกาศนอกโลก


โดยทั่วไปเวลาอุกกาบาตตก ส่วนใหญ่จะไม่มีใครเห็น แต่บางครั้งเราจะเห็นลูกไฟดวงใหญ่พุ่งผ่านท้องฟ้าไป ดังเมื่อวันที่ 7 กันยายน และ 2 พฤศจิกายน ปีกลายนี้ที่เหนือท้องฟ้าจังหวัดกาญจนบุรี มีคนเห็นลูกไฟ และถ่ายภาพเหตุการณ์ได้หลายคน แต่ไม่มีใครพบซากอุกกาบาตดังกล่าว เพราะเรายังไม่มีเทคโนโลยีการตรวจดูและคำนวณหาตำแหน่งที่มันตก เมื่อปี 2014 ได้มีการประชุมของสมาคมอุกกาบาต Meteoritical Society ที่เมือง Casablanca ใน Morocco เพื่ออภิปรายเทคนิคการค้นหาตำแหน่งที่อุกกาบาตตก (ไม่ว่าอุกกาบาตจะมีขนาดใหญ่เพียงใด) ทุกประเทศจะต้องมีเครือข่ายของกล้องถ่ายภาพอัตโนมัติที่จะติดตามถ่ายภาพ รวมถึงเส้นทางที่อุกกาบาตพุ่งไป พร้อมกันจำนวนหลายกล้อง เพื่อให้รู้ตำแหน่งที่แน่นอนใน 3 มิติ และต้องใช้เรดาร์รายงานข้อมูลของสภาพดินฟ้าอากาศขณะอุกกาบาตตก ซึ่งหมายถึงรู้ทิศ และความเร็วของกระแสลมในบริเวณนั้นด้วย การหาตำแหน่งอุกกาบาตตกจึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ

บรรดาดาวเคราะห์น้อยจำนวนหลายแสนดวงที่โคจรอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี และเวลาดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ถูกรบกวนโดยแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดีหรือดาวเสาร์ มันอาจเปลี่ยนวิธีโคจรให้พุ่งต่อไปในทิศสู่โลก ดาวอังคาร ดาวหางหรือดวงจันทร์ แต่เวลาชิ้นเหล่านี้เดินทางถึงโลกซึ่งมีบรรยากาศที่หนาทึบห่อหุ้ม การเสียดสีกับบรรยากาศทำให้สะเก็ดหินจากดาวนอกโลกร้อนและลุกไหม้เป็นดวงไฟพุ่งผ่านท้องฟ้าไปด้วยความเร็วสูง นักดาราศาสตร์รู้ว่านั้นคือแหล่งกำเนิดที่สำคัญของอุกกาบาต

ถ้าสะเก็ดอุกกาบาตเหล่านั้นมีขนาดใหญ่ และการลุกไหม้จะไม่สิ้นสุด มันก็จะตกชนโลกอย่างรุนแรง เรียกอุกกาบาต ส่วนที่ลุกไหม้ไปจะกลายเป็นละอองดาวที่อาจตกบนก้อนน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกา หรือในดินโคลนใต้ทะเลและมหาสมุทร นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่า ทุก 1,300 ปี จะมีอุกกาบาตขนาดกลางตกบนโลก ซึ่งจะทำให้เกิดหลุมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 1.5 กิโลเมตร และทุก 100 ล้านปี จะมีหลุมที่เกิดจากอุกกาบาตขนาดใหญ่ตก โดยที่ปากหลุมจะกว้างตั้งแต่ 50-100 กิโลเมตร
     
สำหรับบริเวณที่อุกกาบาตชอบตกนั้นก็ได้มีการพบว่า จำนวนอุกกาบาตที่ตกบริเวณเส้นศูนย์สูตรมีมากเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนที่ตกแถบขั้วโลก และมันมักจะตกในเวลาบ่าย หรือเย็น บ่อยยิ่งกว่าในเวลาเช้า และตกด้วยความเร็วประมาณ 11 กิโลเมตร/วินาที (อุกกาบาตที่มาจากนอกระบบสุริยะจะมีความเร็วสูงกว่านี้) โดยทุกปีโลกจะถูกอุกกาบาตจำนวนประมาณ 30,000 ลูกพุ่งชน ผลก็คือ โลกมีมวลเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 11,000 ตัน แต่เมื่อโลกมีมวล 6x1021 ตัน ดังนั้น มวลที่เพิ่มจึงคิดเป็น 2x10-16 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

ส่วนขยะอวกาศนั้น NASA ได้พบในปี 2015 ว่ามีประมาณ 500,000 ชิ้นส่วน ซึ่งอาจเป็นดาวเทียมที่หมดสภาพทำงาน หรือชิ้นส่วนที่เกิดจากการระเบิดของจรวดส่งดาวเทียม หรือถังเชื้อเพลิงของจรวดที่ใช้งานแล้ว หรือชิ้นส่วนขนาดเล็กที่เกิดจากชิ้นส่วนขนาดใหญ่ชนกัน โดยทุกชิ้นส่วนมีขนาดและความเร็วต่างๆ กัน คือเล็กตั้งแต่ระดับ 100 ไมครอน (0.1 มิลลิเมตร)ขึ้นไป สามารถเทียบได้อย่างนี้ 1,000 ไมครอนหรือไมโครเมตร เทียบเท่า  1 มิลลิเมตร โดยต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน แต่ถ้าขยะอวกาศมีความเร็ว 5 เมตร/วินาที ก็สามารถทะลวงชุดที่มนุษย์อวกาศสวมอยู่ได้ ส่วนขยะที่มีขนาด 0.5 มิลลิเมตร

ถ้าขยะอวกาศเล็กตั้งแต่ระดับ 100 ไมครอน (0.1 มิลลิเมตร)ขึ้นไป เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน มีความเร็วเดียวกันก็สามารถทำอันตรายต่อกระจกหน้าต่างของยานอวกาศได้เช่นกัน ด้านขยะที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตรก็มีสิทธิ์ทำให้สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station) มีอันเป็นไปได้ ผลงานการสร้างขยะเหล่านี้เป็นขององค์การรัฐบาล แต่เอกชนหลายหน่วยซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ NASA ก็มีความสามารถจะติดตามดู เฉพาะขยะที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 เซนติเมตรเท่านั้น จึงทำให้ “เห็น” ขยะเพียง 23,000 ชิ้นเท่านั้นเอง คือ น้อยกว่า 5% ของขยะที่มี และอีก 95% ไม่มีใครดู

Cr.ผู้จัดการ

Wednesday, January 18, 2017

วันกองทัพไทย ที่อนุสรณ์สถาน ผบ.เหล่าทัพ ร่วมวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณบรรพชนไทย

วันกองทัพไทย


วันกองทัพไทย ที่อนุสรณ์สถาน ผบ.เหล่าทัพ ร่วมวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณบรรพชนไทย


เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2560 การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรมหากษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทย ที่สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันนี้ โดยกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย กิจกรรมในช่วงเช้า ได้แก่ พิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ กองบัญชาการกองทัพไทย พิธีบวงสรวงพระบรมรูปมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 พิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย และพิธีบำเพ็ญกุศล ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

โดยกิจกรรมในวันนี้ ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ. สุรพงษ์  สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในการจัดงานวันกองทัพไทย ประจำปี 2560 โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ นอกจากนี้ กองทัพไทย ขอเชิญชมการถ่ายทอดสารคดีพิเศษ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2560 ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เวลา 20.20น. หรือหลังข่าวภาคค่ำ

กิจกรรมในช่วงบ่าย เนื่องในวันกองทัพไทย ได้แก่ พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย ณ กองพันทหารสื่อสาร กองทัพบก ณ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กองทัพเรือ ณ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และกองทัพอากาศ ณ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช รวมถึงการเยี่ยมเยียนและมอบของขวัญ เพื่อแสดงความห่วงใย รำลึกถึงความเสียสละของทหาร ตำรวจ และพลเรือนอาสาสมัคร ซึ่งได้รับบาดเจ็บเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศ ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า

Cr.โพสต์ทูเดย์

จีนผลิต หัวปากกาลูกลื่นสำเร็จ ขนาด 300 ไมครอน ลากเส้นยาว 800 เมตรไม่มีสะดุด หลังค้นคว้าเป็นเวลา 5 ปี

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


จีนผลิต หัวปากกาลูกลื่นสำเร็จ ขนาด 300 ไมครอน ลากเส้นยาว 800 เมตรไม่มีสะดุด หลังค้นคว้าเป็นเวลา 5 ปี


สำนักข่าวซินหวารายงานว่า ประเทศจีนเป็นประเทศผู้ผลิตปากกาลูกลื่นที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยจำนวนการผลิตปากกามากกว่า 3.8 หมื่นล้านด้ามต่อปี แต่ที่ผ่านมาจีนกลับไม่สามารถผลิตหัวปากกาลูกลื่นที่มีคุณภาพได้ เนื่องจากกระบวนการผลิตหัวปากกามีความซับซ้อนมากถึง 20 ขั้นตอน จึงต้องนำเข้าหัวปากกาจากประเทศญี่ปุ่น นับเป็นมูลค่า 17 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 600 ล้านบาทต่อปี กลุ่มบริษัทเหล็กและเหล็กกล้าเมืองไท่หยวนของจีนประกาศว่า หลังผ่านการศึกษาค้นคว้าเป็นเวลา 5 ปี ทางบริษัทได้ผลิตวัสดุเหล็กสแตนเลสชนิดใหม่เพื่อทำหัวปากกาลูกลื่น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ วัสดุดังกล่าวได้ใช้ในการผลิตปากกาลูกลื่นยี่ห้อดังของจีน หัวปากกาลูกลื่นที่ผลิตมีคุณภาพมั่นคง มีคุณสมบัติเท่าเทียมกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

จีนเป็นประเทศใหญ่ด้านการผลิตปากกา โดยมีวิสาหกิจผลิตปากกาประเภทต่างๆ กว่า 3,000 แห่ง มีผู้ทำงานด้านนี้กว่า 200,000 คน แต่ละปีสามารถผลิตปากกาลูกลื่น 40,000 ล้านด้าม แต่หัวปากกาลูกลื่น และเครื่องผลิตหัวปากกาลูกลื่นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยแต่ละปี จีนต้องนำเข้าวัสดุทำหัวปากกาลูกลื่น 1,000 กว่าตัน ในราคา 120,000 หยวนต่อตัน หัวปากกาลูกลื่นมีขนาดแค่ 300-400 ไมครอน หรือไมโครเมตร (0.3-0.4 มิลลิเมตร) สามารถเทียบได้อย่างนี้ 1,000 ไมครอนหรือไมโครเมตร เทียบเท่า  1 มิลลิเมตร โดยต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอนความแม่นยำต้องอยู่ภายใน 2 ไมโครเมตร ความละเอียดของพื้นผิวเป็น 0.4 ไมโครเมตรหรือไมครอน การผลิตหัวปากกาลูกลื่นด้วยตนเองได้แล้วจึงเป็นความก้าวหน้าเชิงปฏิวัติทางเทคโนโลยี

บริษัทไท่หยวนเปิดเผยว่า “ไท่หยวน ไอร่อนแอนด์สตีล” (Taiyuan Iron & Steel : TISCO) บริษัทผู้ผลิตเหล็กและเหล็กกล้าชั้นนำของจีนประกาศว่า ได้วิจัยการผลิต “หัวปากกาลูกลื่น” ได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากที่ได้ทุ่มทุนวิจัยมานานนับ 5 ปี ผลสำเร็จของการวิจัยจะทำให้ประเทศจีนสามารถพึ่งพาตนเองในการผลิตปากกาได้ โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถผลิตหัวปากกาทดแทนการนำเข้าได้ทั้งหมดภายในเวลา 2 ปี ทั้งนี้ ผลการทดสอบคุณภาพในห้องทดลองชี้ว่าหัวปากกาของบริษัทไท่หยวน สามารถลากเส้นได้ยาว 800 เมตรโดยไม่ขาดตอน มีคุณภาพทัดเทียมกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

ปากกาลูกลื่นเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1943 โดยนักหนังสือพิมพ์ชาวฮังการีชื่อ ลาซโล บิโร (Lazlo Biro) ซึ่งโดยอาชีพทำให้เขาคุ้นเคยกับปัญหา ของปากกาหมึกซึมที่ใช้กันอยู่ในขณะนั้น อาทิ เส้นหมึกไม่สม่ำเสมอ หมึกแห้งช้า และเมื่อถูกอากาศร้อน จะเยิ้มเหนียวเปรอะเปื้อนได้ง่าย เขาจึงเกิดความคิด ที่จะพัฒนาปากกาแบบใหม่ ที่ใช้หมึกชนิดแห้งเร็ว แต่เนื่องจากหมึกชนิดดังกล่าว เมื่อสัมผัสกับอากาศจะเกิดการแห้งอุดตันได้ เขาจึงนำลูกบอลโลหะเล็กๆ ติดไว้ที่หัวปากกา เพื่อป้องกัน ไม่ให้หมึกสัมผัสกับอากาศโดยตรง ผลพลอยได้จากการนี้คือ ลูกบอลยังทำหน้าที่ควบคุม ให้หมึกไหลออกจากปากกา อย่างสม่ำเสมออีกด้วย (กลไกเดียวกันนี้ ยังนำไปใช้กับ ขวดสเปรย์ดับกลิ่นตัวชนิด โรล-ออน)

ลูกบอลดังกล่าวมีขนาดพอดีกับหัวปากกา และมีช่องว่างเล็กน้อย เพื่อให้ลูกบอลหมุนได้อย่างอิสระรอบตัว เมื่อกดหัวปากกากับผิววัสดุที่เขียน น้ำหมึกจากหลอดหมึก จะไหลลงมาที่หัวลูกบอล ตามแรงโน้มถ่วง เมื่อลูกบอลหมุนไป มันจะหมุนเอาส่วนที่มีหมึกติดอยู่ กดลงบนผิววัสดุที่เขียน ทำให้เกิดเป็นเส้นหมึกสม่ำเสมอ บนผิววัสดุ ซึ่งจะมีขนาดเท่าใดนั้นขึ้นกับขนาดลูกบอล เช่น ลูกบอลขนาด 0.5 มิลลิเมตรหรือ 500ไมครอน ก็จะให้เส้นหมึกขนาด 0.5 มิลลิเมตรหรือ 500 ไมครอนเช่นกัน เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอนปากกาลูกลื่น จึงมีความสะดวก ในการใช้งานกว่า ปากกาหมึกซึมแบบเดิมเป็นอย่างมาก ส่วนน้ำหมึกประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ตัวทำละลาย เม็ดสี และตัวเติมอื่นๆ สีที่นิยมใช้ได้แก่ สีดำ ทำมาจากคาร์บอน สีน้ำเงินได้จากสารประกอบของเหล็ก และสีแดง ทำมาจากสารประกอบแคดเมียม เป็นต้น

Cr.CRI News

องคมนตรี นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยวัย 71 ปี

ชาญชัย ลิขิตจิตถะ


องคมนตรี นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ  ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยวัย 71 ปี


นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว เช้าวันนี้ในวเลา 08.30 น. ในวัย 71 ปี สาเหตุเกิดจากอาการติดเชื้อในปอด  ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดจาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ว่า สาเหตุที่ นายชาญชัย ถึงแก่อสัญกรรม เพราะ อาการติดเชื้อในปอด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะองคมนตรี  เกิดเมื่อวันที่  25 เมษายน พ.ศ. 2489  ปัจจุบันอายุ 71 ปี   เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในสังคมไทยทั้งวงการตุลาการและวงการการเมือง โดยนายชาญชัย  จบการศึกษามัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดทรงธรรมจบการศึกษา  ระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2512 จบเนติบัณฑิตไทย พ.ศ. 2514

นายชาญชัย ลิขิตจิตถะได้เริ่มทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย หัวหน้าศาลแขวงนครสวรรค์ หัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี หัวหน้าศาลประจำกระทรวง หัวหน้าศาลจังหวัดกระบี่ หัวหน้าศาลจังหวัดเพชรบุรี ผู้พิพากษาศาลแพ่ง หัวหน้าคณะในศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 3 รองอธิบดีศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ผู้พิพากษาศาลฎีกา หัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 รองประธานศาลฎีกา และได้เป็นเป็นประธานศาลฎีกาในปี 2548  และเกษียณอายุในปี 2549

เขาถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขวิฤตการเมืองในขณะนั้น ระหว่างที่นายชาญชัย ลิขิตจิตถะดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา โดยในวันที่ 28 เม.ย. เขาเป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะตุลาการทั้งสามศาล (ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ) หาทางออกทางการเมืองหลังจากที่มีการร้องให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย. 2559 เป็นโมฆะ และได้ข้อสรุป 3 ข้อจากการประชุมคือ  1.ศาลจะเร่งรัดพิจารณาพิพากษาคดีและดำเนินการในส่วนที่อยู่อำนาจหน้าที่ของแต่ละศาล ให้รวดเร็วทันต่อของความเร่งด่วนในแต่ปัญหาที่เกิดขึ้น, 2.การพิจารณา คดีความแต่ละศาล จะต้องใช้และตีความตัวบทกฎหมายเดียวกันนั้นต้องระมัดระวัง ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งนี้เพื่อป้องกันความขัดแย้งและสับสนของ ประชาชน และ 3.ในการดำเนินการของแต่ละศาลนั้นยังต้องยึดถือหลักความเป็นอิสระของศาล ตามเขตอำนาจแต่ละศาล

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้นายชาญชัย ลิขิตจิตถะเป็นองคมนตรี ในวันที่ 8 เม.ย. 2551 ต่อมาในวันที่ 6 ธ.ค. 2559   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายชาญชัยเป็นองคมนตรี   อย่างไรก็ตามในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552 ชุดสืบสวนภูธรภาค 1 ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัย ขณะเดินอยู่ใกล้กับบ้านชาญชัย ไว้ได้ และผู้ต้องสงสัยสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจ้างวานให้ลงมือสังหารชาญชัยภายในวันที่ 7 เมษายน  โดยมีการซัดทอดอดีตนักการเมืองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเนื่องจากต้องการสร้างความวุ่นวาย

Cr.คมชัดลึก,ช่อง 7 สี

Tuesday, January 17, 2017

แบตเตอรีกระดาษ จุพลังงานไฟฟ้า หนาเพียง 200-300 ไมครอน

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


แบตเตอรีกระดาษ จุพลังงานไฟฟ้า หนาเพียง 200-300 ไมครอน


นักวิจัยได้เผยแพร่ผลงานกระดาษจุพลังงานไฟฟ้านี้ในวารสารวิชาการ Advanced Science แล้ว โดยเผยว่ากระดาษนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร หนาเพียง 200-300 ไมครอน(0.2-0.3 มิลลิเมตร)เท่านั้น สามารถเทียบได้อย่างนี้ 1,000 ไมครอนหรือไมโครเมตร เทียบเท่า  1 มิลลิเมตร โดยต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน กระดาษจุพลังงานไฟฟ้านี้สามารถจุไฟฟ้าได้มากถึง 1 ฟารัด ซึ่งเทียบเท่ากับตัวเก็บประจุยิ่งยวด ที่ใช้กันในท้องตลาด วัสดุชนิดนี้สามารถนำมาชาร์จไฟใหม่ได้หลายร้อยครั้ง และแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

แหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้า มีได้หลายรูปแบบ ทั้งแบตเตอรีและตัวเก็บประจุ แต่วันหนึ่งเราอาจจะมีแบบที่บางๆ เป็นกระดาษก็เป็นได้ เมื่อล่าสุด นักวิจัยที่ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ มหาวิทยาลัยลินเชอปิง ในสวีเดน พัฒนากระดาษจุพลังงานไฟฟ้า หนาเพียง 200-300 ไมครอน(0.2-0.3 มิลลิเมตร)เท่านั้น เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน อันเป็นวัสดุชนิดใหม่ที่มีความสามารถในการกักเก็บพลังงาน

โดยกระดาษชนิดนี้ทำมาจากนาโนเซลลูโลส และโพลิเมอร์นำไฟฟ้า วัสดุชนิดนี้ถือเป็นวัสดุในฝัน เพราะโลกเราจะเป็นต้องใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น แต่การจะใช้พลังงานหมุนเวียนนั้นจำเป็นต้องมีวิธีการใหม่ในการจัดเก็บพลังงาน เช่น เก็บจากฤดูร้อนให้อยู่ถึงฤดูหนาว เก็บจากวันที่ลมแรงให้มีพลังงานใช้ในวันที่ลมสงบ และเก็บจากวันที่มีแสงแดดให้ใช้ได้ในวันที่มีเมฆมาก ปกติเราก็มีฟิล์มที่มีหน้าที่เป็นตัวเก็บประจุอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราทำคือ สร้างวัสดุแบบนี้ออกมาในรูปแบบสามมิติ เราสามารถสร้างออกมาเป็นแผ่นหนาๆได้" ศาสตราจารย์ ซาเวียร์ คริสปิง แห่งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ เผย

โดยงานนี้ยังได้รับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นๆในสวีเดน เดนมาร์ก และสหรัฐอเมริกาอีกด้วย กระดาษเก็บพลังงานนี้อาจจะดูและสัมผัสคล้ายกับกระดาษพลาสติก นักวิจัยบางคนสามารถนำไปพับนกได้ ซึ่งบอกได้ว่ากระดาษนี้แข็งแกร่งมากเพียงใด โครงสร้างพื้นฐานของวัสดุชนิดนี้คือ นาโนเซลลูโลส ซึ่งเป็นเส้นใยเซลลูโลสอุดมไปด้วยน้ำที่ถูกทำให้แตกออกเป็นเส้นใยเล็กๆ และบางจนมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 นาโนเมตร นักวิจัยทำการเติมโพลิเมอร์นำไฟฟ้า (PEDOT:PSS) เข้าไปในสารละลายของเส้นใย และทำให้โพลิเมอร์เหล่านี้ก่อตัวเป็นชั้นเคลือบเส้นใยบางๆ เส้นใยที่ถูกเคลือบจะพันกัน โดยที่น้ำที่อยู่ระหว่างเส้นใยจะทำหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้า เจสเปอร์ เอดเบิร์ก นักศึกษาปริญญาเอกอธิบาย

วัสดุเซลลูโลส-โพลิเมอร์ชนิดใหม่นี้ทำลายสถิติโลกในการทำให้ไอออนและอิเล็กตรอนเคลื่อนที่ได้พร้อมกัน ซึ่งเป็นการบอกว่าวัสดุนี้จุพลังงานได้มากเพียงใด นอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดการต่อยอดเพื่อพัฒนาต่อเป็นวัสดุเก็บพลังงานสูงต่อไปได้ สถิติโลกที่วัสดุนี้สร้างไว้คือ เป็นวัสดุอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ที่เก็บประจุได้สูงสุดคือ 1 คูลอมป์ และ 2 ฟารัด เป็นตัวนำไฟฟ้าอินทรีย์ที่ให้กระแสสูงสุดที่ 1 แอมแปร์ สามารถนำไอออนและอิเล็กตรอนพร้อมกันได้สูงสุด

ความแตกต่างของวัสดุนี้กับแบตเตอรีหรือตัวเก็บประจุที่มีอยู่ในท้องตลาดคือ กระดาษเก็บไฟฟ้าเหล่านี้ถูกทำขึ้นจากวัสดุที่หาง่าย เป็นเซลลูโลสที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และโพลิเมอร์ที่ใช้ก็หาได้ง่าย มีน้ำหนักเบา ไม่มีวัสดุอันตรายหรือโลหะหนัก แถมยังกันน้ำได้อีกด้วย และก้าวต่อไปคือการทำให้กระดาษเหล่านี้คายน้ำออกมาได้เมื่อนำไปทำกระดาษจริงๆ รวมถึงการต่อยอดให้สามารถผลิตได้มากๆในอุตสาหกรรม

Cr.วิชาการ

กรมการขนส่ง แจ้ง รถตู้โดยสารประจำทาง ติดตั้งระบบความปลอดภัย ภายใน มีนาคมนี้

รถตู้


กรมการขนส่ง แจ้ง รถตู้โดยสารประจำทาง ติดตั้งระบบความปลอดภัย ภายใน มีนาคมนี้


เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 60 แถลงผลการประชุมรวมกัน  ระหว่าง พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) พร้อมด้วย นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พ.ต.อ.จักษ์ ยังให้ผล ผู้กำกับกลุ่มงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายณัฐวุฒิ อ่อนน้อม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดเผยการประชุมว่า  เพื่อตรวจสอบจำนวนรถตู้โดยสารประจำทางในแต่ละเส้นทางให้ตรงกับบัญชีรายละเอียดรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (บัญชี ขส.บ.11) พร้อมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติการนำรถตู้โดยสารประจำทาง (เฉพาะหมวด 2) เข้าสถานีขนส่งปลายทาง 29 จังหวัด รวมถึงการกำหนดจุดจอดเป็นสถานีขนส่งชั่วคราว ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

นอกจากนี้ ได้ให้เข้มงวดกวดขันในทุกขั้นตอนการตรวจสภาพรถ ตรวจสอบด้วยเครื่องมือและต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนดทุกรายการ ลงโทษขั้นเด็ดขาดหากไม่ยอมนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ด้านบริษัท ขนส่ง จำกัด ให้เตรียมการตั้งจุด Check Point จุดพักรถในเส้นทางสำคัญ พร้อมเร่งรัดการดำเนินการติดตั้ง GPS Tracking ในรถตู้โดยสารสาธารณะกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด และเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560 เพื่อสร้างระบบการติดตามพฤติกรรมการขับขี่แบบเรียลไทม์ และการควบคุมแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS สามารถแจ้งร้องเรียนทุกกรณีการให้บริการที่ผิดกฎหมายผ่านทาง application ดังกล่าวได้ด้วย

กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบรถโดยสารสาธารณะ จึงได้กำหนดมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยรถตู้โดยสารสาธารณะที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศอย่างเข้มข้น เด็ดขาด จริงจัง โดยจะเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่าง กรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่นร่วมดำเนินการตรวจความพร้อมคน ตรวจชั่วโมงการทำงานจากสมุดประจำรถ ตรวจความพร้อมรถตามมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ (Checklist) ที่กำหนดกว่า 20 รายการ เช่น ระบบเบรก ยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูรถ ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก เป็นต้น ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 จนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ และทุกๆ เทศกาลหยุดยาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ ในระบบรถโดยสารสาธารณะปลอดภัยสูงสุดตลอดทั้งปี

กรมการขนส่งทางบก จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นระบบรถโดยสารสาธารณะ และตรวจความพร้อมรถทุกคันตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด พร้อมเร่งรัดติดตั้ง GPS Tracking ในรถตู้สาธารณะกรุงเทพฯ–ต่างจังหวัด เชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมขนส่งให้แล้วเสร็จ ภายใน 31 มี.ค. 60 ทั้งนี้ ทุกๆ มาตรการจะบังคับใช้กฎหมาย ควบคุม กำกับ ดูแล การดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณีทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการ

Cr.ไทยรัฐ

เทรนด์อาชีพ-การศึกษา สอบเทียบเครื่องมือวัด ปี60 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


เทรนด์อาชีพ-การศึกษา สอบเทียบเครื่องมือวัด ปี60 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา


คำพูดที่ว่า ปรับตัวก่อน ได้เปรียบ หรือ คุณภาพสินค้า ละเอียดเที่ยงตรง ยังคงใช้ได้ดีจนกระทั่งทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลก ธุรกิจในปัจจุบันก้าวเข้าสู่ยุคการค้าเสรี การแข่งขันทางการค้ามีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้อง พัฒนาองค์กรในทุกด้าน โดยเฉพาะกระบวนการผลิต เพื่อให้มีศักยภาพสอดคล้องตาม มาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซึ่งแนวทางที่สำคัญประการหนึ่ง ในการเพิ่มขีดความสามารถของกระบวนการผลิต คือ การสอบเทียบ (calibration) เครื่องมือวัดต่าง ๆ อาทิ เช่น พิสัยการวัด (range) ค่าความละเอียด (resolution) ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) หรือ ค่าความถูกต้อง (accuracy) เป็นต้น

เครื่องมือวัดที่ใช้ในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมก็เช่นกัน โรงงานอุตสาหกรรมก็จะมี กระบวนการในการตรวจสอบและสอบเทียบเครื่องมือวัดให้มีความถูกต้องตามขอบข่าย ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้และกำหนดไว้ เพื่อให้ได้มาตรฐานก่อนนำออกจำหน่าย เมื่อภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ สั่งซื้อเครื่องมือดังกล่าว ก็จะได้รับรองผลการตรวจสอบ (inspection certificate) หรือใบรับรองผลการสอบเทียบ (calibration certificate) เครื่องมือวัดนั้น ๆ มาด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในการสั่งซื้อ โดนในใบรับรองผลการตรวจสอบหรือผลการสอบเทียบจะระบุสมบัติเฉพาะต่าง ๆ ของเครื่องมือ เช่น ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) พิสัยการวัด (range) ค่าความละเอียด (resolution) ค่าความถูกต้อง (accuracy) และสภาวะแวดล้อม ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้นที่เครื่องมือสามารถทำงานได้ เป็นต้น

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) รศ.ดร.ปรุงศักดิ์ อัตพุฒคณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเล่าว่าสาขาวิชาใหม่ที่จะเปิดรับนักศึกษาในปี2560ที่   น่าสนใจคือสาขาวิชาการสอบเทียบเครื่องมือวัดการสอบเทียบเครื่องมือวัดถือว่ามีความสำคัญเพราะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานประจำวันในการดำรงชีวิต โดยอาศัยระบบการชั่งตวงและวัดเข้ามากำกับเช่นเรื่องของอุณหภูมิไฟฟ้าแสงเสียงการสั่นสะเทือนและความกว้างยาวเป็นต้น ทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้หรือระบบต่างๆผู้ที่สำเร็จการศึกษาในสาขานี้สามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในการกำหนดคุณภาพให้ดำเนินไปตามระบบเช่นทำให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมทั้งออกเอกสารรับรองให้กับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ต่างๆหรือแม้แต่อุปกรณ์พื้นฐานเช่นฝาขวดน้ำที่ใช้ๆกันทุกวันหรือวัสดุต่างๆอุปกรณ์รถยนต์หรือพาหนะหรือเสื้อผ้าแม้แต่เครื่องมือแพทย์เป็นต้น โดยหลักสูตรเป็นวท.บ. 4ปีและตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต้องการบุคลากรในสาขานี้เป็นจำนวนมาก สถาบันอุดมศึกษาล้วนมีความแตกต่างทั้งด้านศักยภาพ ความถนัดในการผลิตบัณฑิต  ซึ่งนิสิตนักศึกษาสนใจเรียนมหาวิทยาลัยไหน ควรศึกษาหลักสูตร การเรียนการสอน คณาจารย์ผู้สอน อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ที่สำคัญควรเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ถนัด อยากประกอบอาชีพนั้นในอนาคตจริงๆ หากไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัย คณะ สาขาใด เหมาะกับตนเอง ลองแวะเวียนเข้าชมให้ถึงที่ สอบถามจากศิษย์ หรือสอบถามจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยตรง

Cr.คมชัดลึก

Monday, January 16, 2017

ผีจ้างรถ ไปส่งสำนักสงฆ์ร้าง จ.นครพนม รถตู้ หวิดเกือบตกสันเขื่อน

ผีจ้างรถ


ผีจ้างรถ ไปส่งสำนักสงฆ์ร้าง จ.นครพนม รถตู้ หวิดเกือบตกสันเขื่อน


ภายหลังมีข่าวลือผีจ้างรถ จนกลายเป็นข่าวลือสะพัดไปทั่วสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับกรณีเกิดเรื่องแปลกมีผีว่าจ้างคนขับรถตู้ไปส่งในวัดร้าง ในเขต ต.พุ่มแก อ.นาแก จ.นครพนม หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่สำหรับชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเรื่องแปลก และเป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับยากต่อการพิสูจน์  ถึงแม้คนขับรถตู้จะขาดสติหรือเมาขนาดไหน คงยากที่จะขับรถเข้าไปจุดดังกล่าว  อีกทั้งไม่ใช่เส้นทางผ่าน  และปกติคนขับเองก็ไม่เคยไป  ส่วนคนขับไม่เคยมีอาการเมาจนขนาดสติ อย่างไรก็ตามเป็นความเชื่อส่วนบุคคล  ทางครอบครัวเชื่อเป็นเรื่องของผีสางเทวดาที่มาดลใจ  หรืออาจจะเป็นการนำโชคลาภมาให้ก็เป็นได้  บางคนนำเลขทะเบียน นข 3777 สกลนคร ไปเสียงโชคตามความเชื่อ

จนกระทั่งผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงผีจ้างรถ ที่บ้านของเจ้าของรถ คือ นายเด่นชัย  จันทร์ไตรรัตน์  อายุ 43  ปี  ชาว ต.นาหนาด อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นเจ้าของรถตู้ที่มีข่าวลือว่า ถูกผีจ้างไปส่งที่วัดร้าง ต.พุ่มแก อ.นาแก จ.นครพนม ซึ่งทางเจ้าของรถได้ยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์แปลกขึ้นกับตนจริง ซึ่งรถตู้คันเกิดเหตุ เป็นรถตู้ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอน ทะเบียน นข 3777 สกลนคร  และหลังเกิดเรื่องแปลกขึ้นทางญาติพี่น้อง ได้นำพระมาสวดทำบุญบ้าน และรดน้ำมนต์ เจิมรถสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อ เพื่อให้เกิดโชคลาภ

เจ้าของรถตู้ นายเด่นชัย  จันทร์ไตรรัตน์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ผีจ้างรถว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2560  ขณะตนได้ขับรถตู้มาทำธุระในเทศบาลตำบลนาหนาด ขากลับได้เกิดเรื่องแปลก เดินไปที่รถได้มีพระสงฆ์ กับญาติโยมนั่งในรถหลายคน ให้ไปส่งปฏิบัติธรรมที่ อ.นาแก ตอนแรกรู้สึกแปลกใจ แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก จึงขับรถออกจากเทศบาลตำบลนาหนาด มุ่งหน้าตามถนนนาหนาด ไปยัง อ.นาแก และเลี้ยวเข้าไปยังถนนในหมู่บ้าน ผ่านบ้านโพนดู่ มุ่งหน้าขึ้นไป ตามถนนหมู่บ้าน ไปยังอ่างเก็บน้ำนายาง ต.พุ่มแก อ.นาแก จ.นครพนม โดยจะมีเส้นทางผ่านวัดร้าง ป่าช้าของหมู่บ้าน เส้นทางลำบากเป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางไกลถึงจุดเกิดเหตุที่พบรถ เป็นเขื่อนกั้นน้ำอ่างนายาง รวมประมาณ 7 กิโลเมตร

ตลอดเส้นทางในความรู้สึกไม่ได้มีการพูดคุย หรือไม่ได้แปลกใจกับเส้นทาง ปกติตนชอบไปวัดทำบุญ และทำบุญส่งญาติโยม พระสงฆ์ ที่ชอบไปปฏิบัติธรรม เนื่องจากมีอาชีพขับรถตู้รับจ้าง มารู้ตัวตอนล้อหน้ารถตกขอบคลองระบายน้ำ บวกกับญาติพี่น้องได้ตามหา เพราะได้หายไปแต่ช่วงหัวค่ำ จนตามพบเวลาประมาณ 23.00 น. วันเดียวกัน  ทำให้ตนรู้สึกตกใจตัวเองว่ามาได้อย่างไร เพราะจากการตรวจสอบภายหลัง ที่ตรงนี้เป็นสถานที่เหลือเชื่อว่าจะขับรถลงไปได้  เพราะเส้นทางลำบาก และเป็นสันเขื่อนสูง แต่ตนยังขับรถลงไปในสันเขื่อนคลองส่งน้ำแบบไม่รู้ตัว โชคดีรถไม่พลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บ

หลังจากนั้นญาติพี่น้อง และชาวบ้าน จึงได้นำรถยกไปลากรถตู้ขึ้นมาแบบทุลักทุเล เรื่องนี้นายเด่นชัย  จันทร์ไตรรัตน์ เชื่อว่าผีจ้างรถเป็นเรื่องของความเชื่อสิ่งลี้ลับที่พิสูจน์ยาก แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้เมาจนขาดสติ หรือมีปัญหาเรื่องอื่น เพราะเส้นทางไม่เคยรู้จักและไม่เคยไปมาก่อน  แต่เป็นเรื่องแปลกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง พอมารู้ทีหลังยังตกใจในสภาพที่เกิดเหตุ โชคดีที่ปลอดภัย หลังเกิดเหตุได้นิมนต์พระมาทำบุญบ้าน และรดน้ำมนต์รถตู้คันเกิดเหตุ เชื่อว่าหลังจากนี้อาจจะได้รับโชค เพราะตนชอบทำบุญตลอด รวมถึงเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของวัดร้าง ที่อาจต้องการให้คนเคารพศรัทธา  และไปพัฒนาทำบุญ หลังถูกทิ้งร้างมาหลายปี

ด้าน นายสุรเนตร พ่อชัย  อายุ 49  ปี ญาติคนขับรถตู้ กล่าวว่า  ตอนแรกตนยังไม่เชื่อผีจ้างรถว่าเป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับ  แต่ไปตรวจสอบสภาพหลังเกิดเหตุ  รวมถึงประเมินเหตุการณ์หลายอย่าง  แล้วถือว่าแปลกมาก ตั้งแต่เส้นทางที่ขับรถเข้าไปที่ลึกมาก สภาพถนนหนทางลำบาก และยังเป็นช่วงกลางคืน  ถ้าคิดว่าเมาหรือมีอาการอย่างอื่นคงพอตั้งสติได้ หรืออาจเกิดรถเสียหลักตกถนน แต่รถขับเข้าไปถึงสันเขื่อนที่เป็นจุดสำนักสงฆ์ร้าง ในเขต ต.พุ่มแก อ.นาแก จ.นครพนม พอดี  และยังขับลงไปในคลองระบายน้ำสันเขื่อนที่มีความลึก จนลงไปถึง จุดที่รถไปต่อไม่ได้ โชคดีรถไม่ตกน้ำพลิกคว่ำ

Cr.สนุก นิวส์

นวัตกรรมปลูกผม จากฝรั่งเศส หยุดหัวล้าน นานตลอดชีวิต

ไมโครมิเตอร์


นวัตกรรมปลูกผม จากฝรั่งเศส  หยุดหัวล้าน นานตลอดชีวิต


แพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ อาจารย์แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและการปลูกผม บอกว่า หลากหลายวิธีที่ใช้แก้ปัญหาผมร่วง ศีรษะล้าน ล้วนแล้วแต่มีข้อดี ข้อเสียต่างกัน แต่ล่าสุดมีการนำนวัตกรรมการปลูกผมใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า Robot Hair Transplant ซึ่งเป็นนวัตกรรมปลูกผมจากฝรั่งเศส ให้ความแม่นยำสูง ปลูกผมโดยการย้ายเซลล์ (Hair Transplantation) ทีละกอ โดยไม่ต้องผ่าตัด วิธีนี้ดีกว่าวิธีเก่าๆ คือ ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น ผลสำเร็จของการปลูกผม ได้ผลดีเกินกว่า 95% ปลูกผมแล้วเส้นผมอยู่ได้ถาวรแบบเส้นผมปกตินานตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังสามารถเลือกปลูกผมมากน้อยตามงบประมาณได้ และกลับมาปลูกผมเพิ่มในพื้นที่อื่นได้ตลอด ปลูกผมเสร็จก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

วิธีการคือ ใช้แขนกลที่มีความละเอียด แม่นยำสูง ย้ายกลุ่มเซลล์รอบๆ กอรากผมเล็กเพียง 500-800 ไมครอน เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน ในบริเวณท้ายทอยทีละกอ จากนั้นนำไปปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง หรือล้าน โดยไม่ทำให้เซลล์รากผมบอบช้ำ สามารถสร้างแนวผมใหม่ ได้ตามต้องการ ผมที่ปลูกใหม่จึงมีคุณภาพ หนาแน่น สมบูรณ์แข็งแรง ได้ผมถาวรแบบเดียวกับผมที่เกิดเองตามธรรมชาติ ไม่มีแผลเป็นแนวยาว ไม่ต้องพักฟื้น สามารถปลูกผมได้ตามจำนวนที่ต้องการ แล้วเสร็จเป็นกอผมจริงให้เห็นได้ในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง

สำหรับการปลูกผมด้วยแขนกล ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่นี้ คุณหมอนันทภัทร์ กล่าวว่า ต้องมีการฉีดยาชาก่อน แต่ไม่มีการผ่า กรีด หรือเย็บเหมือนเทคนิคการปลูกผมสมัยก่อน แพทย์จะใช้แขนหุ่นยนต์ถอนรากผมซึ่งเล็กเพียง 500-800 ไมครอน (0.5-0.8 มิลลิเมตร) สามารถเทียบได้อย่างนี้ 1,000 ไมครอนหรือไมโครเมตร เทียบเท่า  1 มิลลิเมตร โดยต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอนออกจากบริเวณผมดก แล้วค่อยนำไปใส่ในบริเวณที่ต้องการ หลังจากปลูกผมเสร็จ สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เลย โดยหลังการปลูกผม 24-48 ชั่วโมง สามารถสระผมได้ตามปกติ ผมใหม่จะค่อยๆเติบโตเหมือนเส้นผมปกติ

แพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ อาจารย์แพทย์รามาฯ ผู้ผลิตบุคคลากรแพทย์ผิวหนัง และปลูกผม มากว่า 20 ปี ให้ความเห็นว่า สิ่งที่ต้องระวัง คือ การปลูกผมจำเป็นต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ และการเกิดแผลเป็นหลังทำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาดูดกอรากผมด้วยแขนกลพิเศษ ตามทิศทางของรากผม จากนั้นนำไปปลูก ณ จุดใหม่ โดยไม่ทำให้กอผมบอบช้ำ เสมือนการดำนา หากไม่มีความเชี่ยวชาญพอ แปลงนาก็จะไม่สวย ข้าวจะไม่เรียงตัวตามแนว และขึ้นได้ไม่ดี เท่าการปลูกโดยผู้ที่มีประสบการณ์

ส่วนดาราที่ได้เคยใช้บริการแล้ว ได้แก่ คุณกฤต เจนพณิชยการณ์ นักข่าว Sky Report อีกผู้หนึ่งที่มีปัญหา หัวเกือบล้านบริเวณด้านหน้า หลังการปลูกผมด้วยแขนกล แนวเส้นผมเรียงตัวสวยงาม อีกทั้งยังแทบไม่ต้องลางาน เพื่อพักฟื้นหลังทำ สามารถสระผมปกติ ในวันถัดมา และไปทำงานได้อย่างปกติ โดยการปลูกผมวิธีใหม่นี้ไม่ทิ้งแนวยาวใดๆ เพราะไม่ใช่การผ่าตัดปลูกผมเหมือนในอดีต และกำปั้น บาซู ดารานักร้อง ที่พักหลัง หล่อเป๊ะ มีผมหนาแน่นขึ้น ให้สัมภาษณ์ว่า ไปปลูกผมด้วย Robot มาปีกว่าแล้ว จากเดิมที่ต้องทำผมปิดหน้าผาก เพราะผมบางลงจากกรรมพันธุ์ ตอนนี้จะเซตผมทรงไหนก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้ว 1 ปีหลังการปลูกผมด้วยวิธีนี้ ยังมีผมที่หนาแน่น โดยที่ไม่มีแผลที่ด้านหลังเลย สนใจข้อมูลหุ่นยนต์ปลูกผม เข้าไปดูได้ที่ เว็บไซต์ศูนย์ปลูกผม www.apexprofoundbeauty.com

Cr.RYT9

รื้อคดี ครูจอมทรัพย์ ผู้ตกเป็นแพะ ตำรวจยันทำถูกต้อง พร้อมสู้ในชั้นศาล

ครูจอมทรัพย์


รื้อคดี ครูจอมทรัพย์ ผู้ตกเป็นแพะ ตำรวจยันทำถูกต้อง พร้อมสู้ในชั้นศาล


จากกรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี ครูจอมทรัพย์ ครูผู้ตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย อดีตข้าราชการครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎณ์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ถูกจองจำในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ซึ่งเป็นคดีความที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อปี 2548 ศาลพิพากษาให้ติดคุกเมื่อปี 2556 เป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน ก่อนได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 ติดคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน และครูผู้ตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย จึงได้ร้องเรียนไปยังกระทรวงยุติธรรมในการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่เนื่องจากเธอยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดไม่เคยขับรถชนคนใครให้ถึงแก่ชีวิต

เกิดความสับสนในสังคม ระหว่างแพะกับแกะ หลังจากที่ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ประมวลเหตุการณ์คดีครูจอมทรัพย์ การสอบปากคำพยาน ขณะนี้มีความเชื่อมั่นว่าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยความถูกต้อง การรวบรวมพยานหลักฐานนั้น พนักงานสอบสวนได้ตรวจสำนวนและสอบคำให้การเรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นขั้นตอน และได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบจนเชื่อได้ว่าถูกต้อง จึงอยากให้ประชาชนได้เชื่อมั่นในกระบวนการสอบสวน

คดีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อเกิดเหตุ เกิดความระแวง เราก็เข้าทำการตรวจสอบ ทำให้พบต่อไปว่าเหตุที่มีการทำต่อเนื่อง ที่การกระทำบางส่วนมีมูลความผิดเกิดขึ้น เพื่อให้ได้กลุ่มบุคคลมารับโทษต่อไป ส่วนสำนวนการสอบสวนในคดีจราจร ไม่พบความผิดตรงนี้ แต่ที่พบว่า ขบวนการต่างๆที่เกิดขณะหลังจากมีคำพิพากษา มีการกระทำบางส่วน น่าเชื่อว่ามีมูลความผิดอาญา การที่มีผู้อ้างว่าเป็นคนขับรถตัวจริงที่ออกมาอ้าง ขณะนี้กำลังติดตามหาตัวอยู่เพื่อนำไปสู่การสอบสวนข้อเท็จจริง ในส่วนของศาลที่อยู่ในขั้นการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ คงก้าวล่วงไม่ได้ แต่ขณะนี้เรื่องราวที่เกิดอยู่นอกศาลนั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าการดำเนินการของ พนักงานสอบสวนพิสูจน์หลักฐาน ได้ดำเนินการถูกต้อง ครบถ้วน แต่กลับพบเพิ่มเติมว่า มีขบวนการทำผิดกฎหมาย ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบ

นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ครูจอมทรัพย์ ผู้ตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย กล่าวอีกว่า ย้อนกลับไปในช่วงเหตุการณ์ที่ต้องถูกดำเนินคดี รู้สึกสับสนและไม่เข้าใจว่า อะไรถึงต้องทำให้ตนกลายเป็นผู้มีความผิด ทั้งที่ตนไม่เคยขับรถชนคนใคร ในรายละเอียดตำรวจระบุว่า พยานเห็นทะเบียน บค 56 แต่ไม่ทราบว่าเป็นทะเบียนจังหวัดไหน ตำรวจเลยสุ่มมาที่ขนส่งสกลนครว่ามีทะเบียนดังกล่าวหรือไม่ปรากฎว่ามี เป็น บค 56 สกลนคร ซึ่งเป็นรถของตน แต่สีรถที่ได้จากที่เกิดเหตุเป็นสีเขียว จึงไม่ตรงกับสีรถของตน ที่มีสีเขียวในรถก็มีแต่สีในตัวอักษรเป็นทะเบียนมีสีเขียว ครูผูตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย จึงสงสัยว่าสีที่ได้จากจักรยานที่เกิดเหตุคือแผ่นป้ายทะเบียน จึงนำไปส่งกองตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เมื่อตรวจสอบแล้วโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจทะเบียนรถไม่มีรอยบุบรอยชน แผ่นป้ายทะเบียนยังอยู่สมบูรณ์ ยังไงก็ไม่ใช่ตน จึงขอเบิกพยานไปให้ปากคำคือสามีและลูกของตน แต่ได้รับคำตอบว่าฟังไม่ขึ้นเพราะเป็นบุคคลในครอบครัว

Cr.ประชาชาติธุรกิจ,ข่าวสด

Sunday, January 15, 2017

ศิลปะจิ๋ว แกะสลักจากไส้ดินสอขนาด 500 ไมครอน ผ่านแว่นขยาย โดย ชายไต้หวัน

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


ศิลปะจิ๋ว แกะสลักจากไส้ดินสอขนาด 500 ไมครอน ผ่านแว่นขยาย โดย ชายไต้หวัน


ข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายลี เฉียน-ชู ศิลปินชาวไต้หวัน ในเขตหยุนหลินของเกาะไต้หวัน ได้รังสรรค์ผลงานแกะสลักจำลองจากไส้ดินสอประเภทต่างที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง0.5มิลลิเมตรหรือ 500 ไมครอน โดยเขาได้ใช้แว่นขยายช่วยในการทำผลงานชิ้นล่าสุด นั่นคือการแกะสลักตัวอักษรซึ่งตัวอักษรทั้ง26ตัว เอถึงแซด ซึ่งตัวอักษร 1 ตัวมีความยาวเพียง ตัวละ0.1มิลลิเมตรหรือ 100 ไมครอน,สูงและกว้าง0.5มิลิเมตรหรือ 500 ไมครอน สามารถเทียบได้อย่างนี้ 1,000 ไมครอนหรือไมโครเมตร เทียบเท่า  1 มิลลิเมตร โดยต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน ซึ่งต้องใช้เวลาแกะสลักตัวอักษรละประมาณ40นาทีจึงแล้วเสร็จ

นายลี เฉียน-ชู ศิลปิน อายุ 43 ปี ชาวไต้หวันคนนี้ เกิดในปี พ.ศ.2516 เริ่มผลิตผลงานศิลปะจากดินสอเมื่อประมาณ7ปีก่อน โดยได้ไอเดียจากสิ่งต่างๆรอบตัว เช่น วัฒนธรรมจีน,สถานที่ที่มีชื่อเสียงและศาสนา จนกลายเป็นงานศิลปะที่แสนมหัศจรรย์ ทั้งหัตถ์พระพุทธเจ้าและงานประติมากรรมต่างๆ โดยเขากล่าวว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการสร้างผลงานศิลปะมีราคาถูกและหาซื้อง่ายไส้ดินสอซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 500 ไมครอน เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน โดยเขาได้ใช้แว่นขยายช่วยในการทำผลงาน สามารถซื้อได้ตามร้านหนังสือและร้านเครื่องเขียนทั่วไป ซึ่งเขาไม่เคยใช้ดินสอราคาสูงกว่า1ดอลลาร์สหรัฐมาก่อน

นอกจากนั้น นายลียังได้แกะสลักไส้ดินสอเป็นลายสะพานสีลู่ ซึ่งเป็นจุดเด่นของไต้หวันและอยู่ใกล้บ้าน โดยนายลีต้องหาดินสอที่เป็นสีแดงเฉดเดียวกับสะพานเพื่อมาใช้แกะสลักเพื่อให้เหมือนของจริงที่สุด ผลงานส่วนมากก็จะเป็นแนวเกี่ยวกับศิลปะของจีนและเรื่องราวแบบพื้นบ้าน ทั้งยังมีหัตถ์ของพระพุทธเจ้า สถาปัตยกรรม อาวุธจีนโบราณ และตัวอักษรภาษาอังกฤษ ส่วนอุปกรณ์ที่นายลีใช้ก็เป็นของหาซื้อได้ง่ายและราคาถูก ทั้งดินสอดำ อุปกรณ์แกะสลัก และดินสอสี โดยเขาบอกว่าไม่เคยซื้อดินสอที่มีราคาแพงกว่า 1 ดอลลาร์ หรือราว 35 บาทมาใช้แกะสลักเลย

ทั้งนี้นายลีเล่าว่า ก่อนที่จะแกะสลักอะไร เขาจะพิจารณาที่รูปร่างและขนาดของหัวดินสอก่อน เช่นการแกะสลักเลียนแบบสะพานซีหลู ที่มีโครงสร้างสวยงามดึงดูดใจเขาและมีลักษณะเหมาะแก่การแกะสลัก เขาจึงไปหาซื้อดินสอที่มีสีเดียวกับสะพานดังกล่าวและเริ่มต้นแกะสลัก ศิลปินในเมืองหยุนหลินของไต้หวัน ต้องใช้แว่นขยายเพื่อแกะสลักไส้ดินสอ ออกมาเป็นลวดลายต่างๆ กลายเป็นงานศิลปะที่แสนมหัศจรรย์ อาทิ มีหัตถ์ของพระพุทธเจ้า สถาปัตยกรรม อาวุธจีนโบราณ และตัวอักษรภาษาอังกฤษ ฯลฯ

Cr.TNN,Now26

กิจกรรมวันครู 16 มกราคม 2560 นายกจัดพิธี ที่กระทรวงศึกษาธิการ และกิจกรรม ดูหนังฟรี สำหรับ ครู แม่พิมพ์ของชาติ

วันครู


กิจกรรมวันครู 16 มกราคม 2560 นายกจัดพิธี  ที่กระทรวงศึกษาธิการ และกิจกรรม ดูหนังฟรี สำหรับ ครู แม่พิมพ์ของชาติ


เช้าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีงานวันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ.2560 ภายใต้หัวข้อ “พระผู้ทรงสร้างเป็นบูรพาจารย์แห่งแผ่นดิน” ที่ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในโอกาสวันครู วันที่ 16 มกราคม 2560 นี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันครู ว่า “ชาติพัฒนา ด้วยครูดี มีคุณภาพ ศิษย์ซาบซึ้งในพระคุณครู” และมีสารเพื่อส่งกำลังใจและความ ซึ่งศิษย์ทุกคนซาบซึ้งในพระคุณที่ได้อบรมสั่งสอน และเป็นแบบอย่างในการดำรงตนอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม ปรารถนาดีให้กับครูทุกคนทั่วประเทศ เพราะครูมีบทบาทสำคัญ ในการสร้างกำลังคนคุณภาพในการพัฒนาประเทศ

สำหรับบรรยากาศพิธีงานวันครูที่บริเวณหอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงเช้าวันนี้  ได้มีการประกอบพิธีทางศาสนา พิธีบูชาบูรพาจารย์ และพิธีกล่าวคำปฏิญาณตน ซึ่งจะทำพร้อมกันทั่วประเทศ  สำหรับเด็กหากไม่มีแม่พิมพ์ที่ดีแล้ว การจะก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีคงเป็นความหวังที่เลือลาง เด็กจะดีได้ก็ต้องมีแม่พิมพ์ที่ดี  ครูเป็นแม่พิมพ์ต่อจากพ่อแม่อีก เพราะครูมีหน้าที่เสริมสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่กว้างขวางออกไปในส่วนที่พ่อแม่มิอาจจะทำได้ อย่างไรก็ตาม ด้านมาตรการในการรักษาความปลอดภัยนั้น ก็เป็นไปอย่างเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจดูแลความปลอดภัยทั่วทั้งบริเวณ

วันครูได้จัดให้มีขึ้นโดยกำหนดความมุ่งหมายไว้เพื่อประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครูกับประชาชน ส่วนกำหนดวันเห็นควรกำหนด วันที่ 16 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันประกาศพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ในราชกิจจานุเบกษา เป็นวันครู จุดเริ่มต้นของการมีวันครู แม่พิมพ์ของชาติ นั้นมีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2500 หลังจากพระราชบัญญัติครูประกาศใช้ 12 ปี สถานที่จัดงานวันครูครั้งแรกของจังหวัดพระนครและธนบุรี คือ กรีฑาสถานแห่งชาติ

นอกจากนี้ยัง วันครู เปิดโอกาสให้ครู แม่พิมพ์ของชาติทั้งหลายได้พักผ่อน ได้บำเพ็ญกุศล และตลอดจนดำรงกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ของครู ส่วนกิจกรรมส่งเสริมวันครูนั้นภาคเอกชน เช่น ดูหนังฟรี เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมเชิดชูพระคุณครู เนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ 16 มกราคม 2560 มอบความสุขให้ครูทั่วประเทศ ชมภาพยนตร์ฟรี ทุกเรื่อง ทุกรอบ ทุกสาขา (สาขาละ 100 ที่นั่ง) จำนวน 100,000 ที่นั่ง ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทั้ง 110 สาขาทั่วประเทศ เพียงแสดงบัตรข้าราชการครู หรือ บัตรประจำตัว พร้อมรับสิทธิสมัครสมาชิก M GENERATION ฟรี เฉพาะวันครู 16 มกราคมนี้เท่านั้น

Cr.ไทยรัฐ,ไอเอ็นเอ็น

ผ่าตัดกระดูกสันหลัง และ สมอง ด้วย หุ่นยนต์ แห่งแรกในประเทศไทย

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


ผ่าตัดกระดูกสันหลัง และ สมอง ด้วย หุ่นยนต์ แห่งแรกในประเทศไทย


ภาควิชาศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้รักษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่ต้องได้รับการผ่าตัดสมอง ไขสันหลัง กระดูกสันหลังและเส้นประสาท ซึ่งข้อมูลจากหนวยเวชสถิติ ได้รายงานว่ามีจำนวนผู้ป่วยที่มารับการผ่าตัดด้วยโรคทางกระดูกสันหลังเพิ่มมากขึ้นทุกปี และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมมากขึ้นในอนาคต การนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้จึงมีความสำคัญ และเป็นความสำเร็จของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีที่สามารถทำได้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกระดูกสันหลัง และ สมอง ด้วย หุ่นยนต์นี้มี 4 ขั้นตอนหลัก ประกอบด้วย 1. หลังจากประสาทศัลยแพทย์ได้ตรวจร่างกายผู้ป่วยแล้ว ทำการการถ่ายภาพกระดูกสันหลังด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ นำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในหุ่นยนต์เรเนซอง โดยประสาทศัลยแพทย์จะเป็นผู้กำหนดและวางแผนการใส่สกรูที่กระดูกสันหลัง ถัดไปจะเป็นขั้นตอนในห้องผ่าตัด 2.ประสาทศัลยแพทย์จะทำการประกอบสะพานสำหรับหุ่นยนต์บนหลังของผู้ป่วย เพื่อทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้โดยกำหนดเป้าหมายและทิศทางการใส่สกรูไปยังกระดูกสันหลัง

3.กำหนดความแม่นยำของหุ่นยนต์ โดยโปรแกรมของหุ่นยนต์จะทำให้ถ่ายภาพกระดูกสันหลังด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นหุ่นยนต์จะกำหนดเป้าหมายและทิศทางการใส่สกรูไปยังกระดูกสันหลังอย่างแม่นยำ ซึ่งมีโอกาสในการคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร เท่านั้นหรือระดับไมครอน เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน (Micron) ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมคร่อนได้

 และ4. ขั้นตอนในการผ่าตัดโดยประสาทศัลยแพทย์ ซึ่งหุ่นยนต์จะมีหน้าที่ช่วยผ่าตัดให้เกิดความแม่นยำ และปลอดภัยแก่ผู้ป่วย ไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สกรูผิดตำแหน่ง ต่างกันระดับไมครอน  เทียบจาก 1,000 ไมครอน (Micron)  สามารถเทียบได้กับ  1 มิลลิเมตร หากจะต้องวัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมคร่อน ต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) มาทำการวัดขนาดที่มีค่าเป็นไมครอน ซึ่งความผิดพลาดของต่ำแหน่ง อาจส่งผลอันตรายต่อไขสันหลังและเส้นประสาทได้ ข้อบ่งชี้ในการใช้งานหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดนี้คือการผ่าตัดกระดูกสันหลังที่ต้องใส่สกรู การฉีดซีเมนต์เข้าสู่กระดูกสันหลังที่ทรุดตัว การตัดชิ้นเนื้อในกระดูกสันหลัง และการผ่าตัดสมอง

การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เส้นประสาทและไขสันหลัง จึงได้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผาตัด เพื่อนำมาใช้ในการผาตัดผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลัง เส้นประสาทและไขสันหลัง คือ หุ่นยนต์เรเนซอง(Renaissance Robot) เป็นหุ่นยนต์ที่พัฒนาและสร้างขึ้นในประเทศอิสราเอล ซึ่งได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2549 โดยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยประสาทศัลยศาสตร์ในการผ่าตัดกระดูกสันหลังและสมองโดยการนำมาใช้ประโยชน์ในระยะแรกจะเป็นการกำหนดเป้าและทิศทางการเดินทางของสกรูเพื่อการยึดตรึงกระดูกสันหลังเพื่อความแข็งแรง ไม่เคลื่อนที่ออกไปจากตำแหน่งปกติที่ควรจะเป็น

โรงพยาบาลรามาธิบดีใช้หุ่นยนต์มาช่วยในการผ่าตัดนี้จะช่วยร่นระยะเวลาในการผ่าตัด มีคามแม่นยำและปลอดภัยสูง มีความแข็งแรงมากขึ้นในระยะยาว ทั้งนี้ รพ.รามาฯจะให้บริการผ่าตัดวิธีนี้กับผู้ป่วยทุกรายที่แพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องใช้โดยไม่แบ่งแยกว่าผู้ป่วยอยู่ในสิทธิรักษาพยาบาลอะไร สำหรับผู้ป่วยยากไร้จะมีมูลนิธิรามาธิบดีในการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล สำหรับการจัดซื้อหุ่ยนต์ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิฯเป็นเงิน 40 ล้านบาท

ศ.นพ.วชิร คชการ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ในปัจจุบันการผ่าตัดด้านประสาทศัลยศาสตร์ จำเป็นต้องอาศัยความละเอียด รอบคอบ และความแม่นยำของศัลยแพทย์เป็นอย่างมาก ประกอบกับการมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ก้าวหน้าไปมากมาช่วยในการผ่าตัดทางการแพทย์ ก็จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญแก่ศัลยแพทย์ การใช้หุ่นยนต์นี้มาช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาดเหลือไม่ถึง 1% เพราะมีคามแม่นยำถึง 99.7% และละระยะเวลาผ่าตัดใส่สกรูจาก 1-2 ชั่วโมงเหลือเพียง 10-20 นาที

ซึ่งผู้ป่วยที่เหมาะสมที่จะใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดคือผู้ป่วยที่ต้องใส่สกรูยึดกระดูกสันหลัง ได้แก่ คนไข้ที่กระดูกสันหลังเคลื่อนต้องใส่สกรูให้กระดูกสันหลังแข็งแรงหรือกระดูสันหลังบิดงอใส่สกรูเพื่อยึดให้ตรง ส่วนผู้ที่กระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทไม่จำเป็นต้องใส่สกรูเพียงแค่ผ่าตัดเอากระดูกที่กดทับเส้นประสาทออกเท่านั้น ปัจจุบันรพ.รามาฯใช้หุ่นยนต์นี้ช่วยผ่าตัดแล้ว 5 รายเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า50 ปีทั้งหมด มีปัญหากระดูกสันหลังตีบ แคบ เลื่อน

Cr.กรุงเทพธุรกิจ,สำนักข่าวไทย

Saturday, January 14, 2017

เชน ธนา วิวาห์ เจม กณิการ์ ทุ่มสุดตัว สินสอดทองหมั้น กว่า 168 ล้านบาท

เชน ธนา


เชน ธนา วิวาห์ เจม กณิการ์ ทุ่มสุดตัว สินสอดทองหมั้น กว่า 168 ล้านบาท


วงการบันเทิงชื่นมื่นรับปีระกา เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา หนุ่ม เชน ธนา ลิมปยารยะ ศิลปินและบอสหนุ่มเจ้าของธุรกิจแบรนด์ “AMADO(อมาโด้)” บริษัท เชนธนา ซัพพลีเมนท์ จำกัด พร้อมแฟนสาว เจมส์-กณิการ์ ภูศรี จัดพิธีหมั้นอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มากีส์ ควีนส์ ปาร์ค ย่านสุขุมวิท ท่ามกลางบรรยากาศลั้ลลาของพิธีแห่ขันหมากที่ยกขบวนกันมาแบบจัดเต็มเพื่อสู่ขอเจ้าสาว

สำหรับพิธีในช่วงเช้าจะเป็นงานตามแบบประเพณีไทย-จีน ท่ามกลางญาติผู้ใหญ่จากทั้งสองฝ่ายและแขกคนสนิทที่ร่วมเป็นสักขีพยาน ตามฤกษ์ดีแห่ขันหมาก เวลา 8.19 น.และฤกษ์สวมแหวนเวลา 9.09 น.โดยมีผู้ใหญ่ทั้ง 2 ครอบครัว, เครือญาติ, เพื่อนสนิท ฯลฯ ร่วมเป็นสักขีพยานอย่างคับคั่ง  ซึ่งงานนี้เจ้าบ่าว หนุ่ม เชน ธนา จ่ายค่าผ่านประตูเงินประตูทองแบบไม่อั้นเลยทีเดียว  สินสอดสู่ขอแต่งงานครั้งนี้ แต่ไฮไลท์เด็ดที่ทำเอาฮือฮาสุดๆต้องยกให้สินสอดทองหมั้นมูลค่าอลังการสร้างกว่า 168 ล้านบาท!!

หนุ่ม เชน ธนา ขอทุ่มสุดตัว สินสอดทองหมั้นมูลค่าอลังการสร้างกว่า 168 ล้านบาท ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวหอบมามอบให้ฝ่ายเจ้าสาว หมั้น เจม กณิการ์ ซึ่งประกอบไปด้วยไม่ว่าจะเป็น บ้านมูลค่า 147 ล้าน เงินสดมูลค่า 8,888,888 บาท ทองคำหนัก 168 บาท (มูลค่า 3,400,000 บาท) มงกุฎเพชร 25 กะรัต มูลค่า 5,000,000 บาท เครื่องเพชร 3,711,112 บาท  (รวมแหวนเพชรเจ้าสาว 2 กะรัต) ฯลฯ โดยในช่วงเช้าจะเป็นประเพณีของไทย-จีน ส่วนในช่วงเย็นจะเป็นงานฉลองมงคลสมรส ซึ่งบรรยากาศในงานจัดขึ้นอย่างเรียบหรูและอลังการ

จบจากพิธีไทยๆ มาถึงอีกช่วงที่สำคัญไม่แพ้กันคือ พิธียกน้ำชาตามแบบประเพณีจีนด้วยชุดบ่าวสาวสีแดงเพื่อสิริมงคล ก่อนจะมีพิธีฉลองมงคลสมรสในช่วงค่ำวันเดียวกันนี้ และทั้งนี้ในช่วงค่ำวันนี้ หนุ่ม เชน ธนา ลิมปยารยะ กับสาวคู่คิดดีกรีรองอันดับหนึ่งนางงามจากเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ เจม กณิการ์ ภูศรี ซึ่งเจ้าบ่าวเชนกับ เจ้าสาวเจม จะควงกันจัดฉลองมงคลสมรส แว่วมาว่าแขกที่มาร่วมงานในวันนี้มีมากกว่า 3 พันคนเลยทีเดียว

Cr.ไทยรัฐ

แผ่นฟิล์ม ต้านจุลชีพ รักษา โรคเหงือกอักเสบ ออกฤทธิ์ตรงจุด ขนาด 0.3 x 0.1 มิลลิเมตร ผลงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


แผ่นฟิล์ม ต้านจุลชีพ รักษา โรคเหงือกอักเสบ ออกฤทธิ์ตรงจุด ขนาด 0.3 x 0.1 มิลลิเมตร ผลงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น


ยาต้านจุลชีพที่ใช้รักษาโรคเหงือกอักเสบอักเสบ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทออกฤทธิ์ทั่วร่างกายและประเภทออกฤทธิ์เฉพาะที่ โดยประเภทแรกเป็นแบบกิน มีราคาถูก แต่ข้อเสียคือ ต้องกินปริมาณมาก เม็ดละ 500 มิลลิกรัม 3 เม็ดต่อวัน การกระจายไปบริเวณร่องลึกปริทันต์ต่ำทำให้มีความเข้มข้นไม่เพียงพอต่อการยับยั้งเชื้อจุลชีพ จึงเป็นที่มางานวิจัยแผ่นฟิล์มบางระดับไมครอน รักษาโรคปริทันต์ รศ.จอมใจ พีรพัฒนา ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าคณะวิจัยกล่าว

ส่วนยาประเภทออกฤทธิ์เฉพาะที่สามารถนำส่งยาเข้าสู่บริเวณร่องลึกปริทันต์ได้โดยตรง มีทั้งแบบเจลขี้ผึ้งที่แพทย์เป็นผู้ฉีดเข้าไปในร่องลึกปริทันต์ 1 เข็มใช้ในคนไข้หลายคนอาจปนเปื้อนได้ ในขณะที่ฟิล์มบางต้องนำเข้าในราคาสูง และใช้สารละลายอินทรีย์ในการผลิต ซึ่งอาจตกค้างเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยได้ จึงเป็นที่มาในการวิจัยสร้างต้นแบบฟิล์มบางต้านจุลชีพขนาด  300x100 ไมครอน แทนการนำเข้า เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน (Micron) ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมคร่อนได้

ทั้งนี้ โรคเหงือกอักเสบ หรือ โรคปริทันต์ เป็นโรคที่เกิดกับเนื้อเยื่อปริทันต์ ซึ่งก็คือ เหงือก เอ็นยึดปริทันต์ (เอ็นที่ยึดรากฟันติดกับกระดูกเบ้าฟัน) เคลือบรากฟันและกระดูกเบ้าฟัน การอักเสบจะเกิดบริเวณเหงือกและลุกลามไปยังโครงสร้างค้ำจุนฟันโดยจุลชีพที่อยู่ในคราบจุลินทรีย์ที่ยึดเกาะกับผิวฟันใกล้ขอบเหงือก ปล่อยสารที่เป็นพิษต่อเซลล์เนื้อเยื่อปริทันต์ทำให้โครงสร้างตัวค้ำจุนฟันถูกทำลาย

โจทย์วิจัยจากทันตแพทย์ว่า ต้องการยาต้านจุลชีพที่สามารถลดโดสยาให้พอดีกับการรักษา และสามารถรักษาได้เฉพาะจุด คือสามารถเข้าถึงร่องลึกปริทันต์ที่ระดับความลึกกว่า 6 มิลลิเมตร และค่อยๆ ปลดปล่อยยาให้ออกฤทธิ์ได้นาน และที่สำคัญสุดคือ หากผู้ป่วยสามารถใช้งานได้เองก็จะดีที่สุด คณะนักวิจัยซึ่งทำงานด้านการขึ้นรูปฟิล์มทางเภสัชอยู่แล้ว ได้รับโจทย์ดังกล่าวในปี 2555 จึงเริ่มงานโดยออกแบบยาต้านจุลชีพแบบออกฤทธิ์เฉพาะที่ฟิล์มบาง ที่ไม่มีส่วนผสมของสารละลายอินทรีย์ โดยมีความเข้มข้นของยาอยู่ที่ 0.5 มิลลิกรัม ซึ่งเพียงพอต่อการรักษาหากมีการนำส่งยาเข้าไปถึงจุดที่เป็นรอยโรค

คณะนักวิจัยใช้กระบวนการออกแบบคุณภาพ (Quality by Design) โดยวิเคราะห์ระดับยาต่ำสุดที่จะออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลชีพได้ และพบว่า ตัวยา 0.5 มิลลิกรัมเหมาะสมที่สุด ลดลงจากเดิม 1.5 หมื่นเท่า หากต้องกินยา 500 มิลลิกรัม 3 เม็ดต่อวัน ซึ่งมากจนสามารถฆ่าแบคทีเรียและเชื้อราประจำถิ่นที่สมดุลในร่างกายอยู่แล้วออกไปด้วย จากนั้นพัฒนากระบวนการปลดปล่อยฤทธิ์ยา ผลการทดสอบพบว่า สามารถต้านจุลชีพได้ โดยปลดปล่อยยา 90% ในเวลา 120 ชั่วโมง จึงตอบโจทย์ความต้องการของทันตแพทย์

หลังจากได้สูตรที่เหมาะสม และใช้โพลีเมอร์ที่สามารถย่อยสลายได้แบบกร่อนช้า นักวิจัยจึงสร้างต้นแบบฟิล์มบางต้านจุลชีพขนาด 0.3 x 0.1 มิลลิเมตร หรือ 300x100 ไมครอน ซึ่ง 1,000 ไมครอน (Micron)  สามารถเทียบได้กับ  1 มิลลิเมตร หากจะต้องวัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมคร่อน ต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) มาทำการวัดขนาดที่มีค่าเป็นไมครอน จากนั้นได้ทดสอบในหลอดทดลองเพื่อดูการออกฤทธิ์ต้านจุลชีพ ปริมาณยาที่ปลดปล่อยและการฆ่าเชื้อ

ข้อดีของยาต้านจุลชีพสำหรับรักษาโรคเหงือกอักเสบอักเสบที่อยู่ในรูปของแผ่นฟิล์มบางต้านจุลชีพขนาด  300x100 ไมครอน คือ ระดับยาคงที่เป็นเวลานานเนื่องจากอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการรักษา, สามารถลดโดสยาให้เหมาะสม ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแทรกซ้อน และผลข้างเคียงต่ำ ไม่มีตัวทำละลายอินทรีย์เป็นส่วนผสม จึงไม่มีสารตกค้างในระบบนำส่ง ทั้งมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ป่วยสามารถใช้เองตามแพทย์แนะนำ โดยไม่ต้องพึ่งพาทันตแพทย์

คณะนักวิจัยประสบความสำเร็จในระดับห้องปฏิบัติการในปีที่ผ่านมาแล้วได้ ยื่นจดอนุสิทธิบัตร ต้นแบบฟิล์มบางต้านจุลชีพขนาด  300x100 ไมครอน โดยใช้ไมโครมิเตอร์ วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมคร่อน  แทนการนำเข้า แล้ว และอยู่ระหว่างยื่นขอจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์เพื่อทำการทดสอบทางคลินิก ซึ่งหากได้รับการอนุมัติก็จะใช้เวลา 1 ปีในการทดลอง แล้วจึงจะต่อยอดเชิงพาณิชย์ต่อไป ปัจจุบันมีบริษัทยา 2 แห่งให้ความสนใจ ด้วยประสิทธิภาพและยังไม่มีผลิตภัณฑ์แบบนี้ในไทย โดยต้นทุนในระดับห้องปฏิบัติการถูกกว่าของนำเข้ากว่า 10 เท่า ฉะนั้น หากสำเร็จและผลิตเชิงพาณิชย์ ราคาจะอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้

Cr. ยูเรกา