Thursday, January 19, 2017

ติดตาม ซากอุกกาบาตตก และ ตามเก็บขยะอวกาศนอกโลก

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


ติดตาม ซากอุกกาบาตตก และ ตามเก็บขยะอวกาศนอกโลก


โดยทั่วไปเวลาอุกกาบาตตก ส่วนใหญ่จะไม่มีใครเห็น แต่บางครั้งเราจะเห็นลูกไฟดวงใหญ่พุ่งผ่านท้องฟ้าไป ดังเมื่อวันที่ 7 กันยายน และ 2 พฤศจิกายน ปีกลายนี้ที่เหนือท้องฟ้าจังหวัดกาญจนบุรี มีคนเห็นลูกไฟ และถ่ายภาพเหตุการณ์ได้หลายคน แต่ไม่มีใครพบซากอุกกาบาตดังกล่าว เพราะเรายังไม่มีเทคโนโลยีการตรวจดูและคำนวณหาตำแหน่งที่มันตก เมื่อปี 2014 ได้มีการประชุมของสมาคมอุกกาบาต Meteoritical Society ที่เมือง Casablanca ใน Morocco เพื่ออภิปรายเทคนิคการค้นหาตำแหน่งที่อุกกาบาตตก (ไม่ว่าอุกกาบาตจะมีขนาดใหญ่เพียงใด) ทุกประเทศจะต้องมีเครือข่ายของกล้องถ่ายภาพอัตโนมัติที่จะติดตามถ่ายภาพ รวมถึงเส้นทางที่อุกกาบาตพุ่งไป พร้อมกันจำนวนหลายกล้อง เพื่อให้รู้ตำแหน่งที่แน่นอนใน 3 มิติ และต้องใช้เรดาร์รายงานข้อมูลของสภาพดินฟ้าอากาศขณะอุกกาบาตตก ซึ่งหมายถึงรู้ทิศ และความเร็วของกระแสลมในบริเวณนั้นด้วย การหาตำแหน่งอุกกาบาตตกจึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ

บรรดาดาวเคราะห์น้อยจำนวนหลายแสนดวงที่โคจรอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี และเวลาดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ถูกรบกวนโดยแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดีหรือดาวเสาร์ มันอาจเปลี่ยนวิธีโคจรให้พุ่งต่อไปในทิศสู่โลก ดาวอังคาร ดาวหางหรือดวงจันทร์ แต่เวลาชิ้นเหล่านี้เดินทางถึงโลกซึ่งมีบรรยากาศที่หนาทึบห่อหุ้ม การเสียดสีกับบรรยากาศทำให้สะเก็ดหินจากดาวนอกโลกร้อนและลุกไหม้เป็นดวงไฟพุ่งผ่านท้องฟ้าไปด้วยความเร็วสูง นักดาราศาสตร์รู้ว่านั้นคือแหล่งกำเนิดที่สำคัญของอุกกาบาต

ถ้าสะเก็ดอุกกาบาตเหล่านั้นมีขนาดใหญ่ และการลุกไหม้จะไม่สิ้นสุด มันก็จะตกชนโลกอย่างรุนแรง เรียกอุกกาบาต ส่วนที่ลุกไหม้ไปจะกลายเป็นละอองดาวที่อาจตกบนก้อนน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกา หรือในดินโคลนใต้ทะเลและมหาสมุทร นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่า ทุก 1,300 ปี จะมีอุกกาบาตขนาดกลางตกบนโลก ซึ่งจะทำให้เกิดหลุมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 1.5 กิโลเมตร และทุก 100 ล้านปี จะมีหลุมที่เกิดจากอุกกาบาตขนาดใหญ่ตก โดยที่ปากหลุมจะกว้างตั้งแต่ 50-100 กิโลเมตร
     
สำหรับบริเวณที่อุกกาบาตชอบตกนั้นก็ได้มีการพบว่า จำนวนอุกกาบาตที่ตกบริเวณเส้นศูนย์สูตรมีมากเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนที่ตกแถบขั้วโลก และมันมักจะตกในเวลาบ่าย หรือเย็น บ่อยยิ่งกว่าในเวลาเช้า และตกด้วยความเร็วประมาณ 11 กิโลเมตร/วินาที (อุกกาบาตที่มาจากนอกระบบสุริยะจะมีความเร็วสูงกว่านี้) โดยทุกปีโลกจะถูกอุกกาบาตจำนวนประมาณ 30,000 ลูกพุ่งชน ผลก็คือ โลกมีมวลเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 11,000 ตัน แต่เมื่อโลกมีมวล 6x1021 ตัน ดังนั้น มวลที่เพิ่มจึงคิดเป็น 2x10-16 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

ส่วนขยะอวกาศนั้น NASA ได้พบในปี 2015 ว่ามีประมาณ 500,000 ชิ้นส่วน ซึ่งอาจเป็นดาวเทียมที่หมดสภาพทำงาน หรือชิ้นส่วนที่เกิดจากการระเบิดของจรวดส่งดาวเทียม หรือถังเชื้อเพลิงของจรวดที่ใช้งานแล้ว หรือชิ้นส่วนขนาดเล็กที่เกิดจากชิ้นส่วนขนาดใหญ่ชนกัน โดยทุกชิ้นส่วนมีขนาดและความเร็วต่างๆ กัน คือเล็กตั้งแต่ระดับ 100 ไมครอน (0.1 มิลลิเมตร)ขึ้นไป สามารถเทียบได้อย่างนี้ 1,000 ไมครอนหรือไมโครเมตร เทียบเท่า  1 มิลลิเมตร โดยต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน แต่ถ้าขยะอวกาศมีความเร็ว 5 เมตร/วินาที ก็สามารถทะลวงชุดที่มนุษย์อวกาศสวมอยู่ได้ ส่วนขยะที่มีขนาด 0.5 มิลลิเมตร

ถ้าขยะอวกาศเล็กตั้งแต่ระดับ 100 ไมครอน (0.1 มิลลิเมตร)ขึ้นไป เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน มีความเร็วเดียวกันก็สามารถทำอันตรายต่อกระจกหน้าต่างของยานอวกาศได้เช่นกัน ด้านขยะที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตรก็มีสิทธิ์ทำให้สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station) มีอันเป็นไปได้ ผลงานการสร้างขยะเหล่านี้เป็นขององค์การรัฐบาล แต่เอกชนหลายหน่วยซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ NASA ก็มีความสามารถจะติดตามดู เฉพาะขยะที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 เซนติเมตรเท่านั้น จึงทำให้ “เห็น” ขยะเพียง 23,000 ชิ้นเท่านั้นเอง คือ น้อยกว่า 5% ของขยะที่มี และอีก 95% ไม่มีใครดู

Cr.ผู้จัดการ

Wednesday, January 18, 2017

วันกองทัพไทย ที่อนุสรณ์สถาน ผบ.เหล่าทัพ ร่วมวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณบรรพชนไทย

วันกองทัพไทย


วันกองทัพไทย ที่อนุสรณ์สถาน ผบ.เหล่าทัพ ร่วมวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณบรรพชนไทย


เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2560 การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรมหากษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทย ที่สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันนี้ โดยกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย กิจกรรมในช่วงเช้า ได้แก่ พิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ กองบัญชาการกองทัพไทย พิธีบวงสรวงพระบรมรูปมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 พิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย และพิธีบำเพ็ญกุศล ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

โดยกิจกรรมในวันนี้ ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ. สุรพงษ์  สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในการจัดงานวันกองทัพไทย ประจำปี 2560 โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีฯ นอกจากนี้ กองทัพไทย ขอเชิญชมการถ่ายทอดสารคดีพิเศษ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2560 ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เวลา 20.20น. หรือหลังข่าวภาคค่ำ

กิจกรรมในช่วงบ่าย เนื่องในวันกองทัพไทย ได้แก่ พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย ณ กองพันทหารสื่อสาร กองทัพบก ณ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กองทัพเรือ ณ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และกองทัพอากาศ ณ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช รวมถึงการเยี่ยมเยียนและมอบของขวัญ เพื่อแสดงความห่วงใย รำลึกถึงความเสียสละของทหาร ตำรวจ และพลเรือนอาสาสมัคร ซึ่งได้รับบาดเจ็บเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศ ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า

Cr.โพสต์ทูเดย์

จีนผลิต หัวปากกาลูกลื่นสำเร็จ ขนาด 300 ไมครอน ลากเส้นยาว 800 เมตรไม่มีสะดุด หลังค้นคว้าเป็นเวลา 5 ปี

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


จีนผลิต หัวปากกาลูกลื่นสำเร็จ ขนาด 300 ไมครอน ลากเส้นยาว 800 เมตรไม่มีสะดุด หลังค้นคว้าเป็นเวลา 5 ปี


สำนักข่าวซินหวารายงานว่า ประเทศจีนเป็นประเทศผู้ผลิตปากกาลูกลื่นที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยจำนวนการผลิตปากกามากกว่า 3.8 หมื่นล้านด้ามต่อปี แต่ที่ผ่านมาจีนกลับไม่สามารถผลิตหัวปากกาลูกลื่นที่มีคุณภาพได้ เนื่องจากกระบวนการผลิตหัวปากกามีความซับซ้อนมากถึง 20 ขั้นตอน จึงต้องนำเข้าหัวปากกาจากประเทศญี่ปุ่น นับเป็นมูลค่า 17 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 600 ล้านบาทต่อปี กลุ่มบริษัทเหล็กและเหล็กกล้าเมืองไท่หยวนของจีนประกาศว่า หลังผ่านการศึกษาค้นคว้าเป็นเวลา 5 ปี ทางบริษัทได้ผลิตวัสดุเหล็กสแตนเลสชนิดใหม่เพื่อทำหัวปากกาลูกลื่น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ วัสดุดังกล่าวได้ใช้ในการผลิตปากกาลูกลื่นยี่ห้อดังของจีน หัวปากกาลูกลื่นที่ผลิตมีคุณภาพมั่นคง มีคุณสมบัติเท่าเทียมกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

จีนเป็นประเทศใหญ่ด้านการผลิตปากกา โดยมีวิสาหกิจผลิตปากกาประเภทต่างๆ กว่า 3,000 แห่ง มีผู้ทำงานด้านนี้กว่า 200,000 คน แต่ละปีสามารถผลิตปากกาลูกลื่น 40,000 ล้านด้าม แต่หัวปากกาลูกลื่น และเครื่องผลิตหัวปากกาลูกลื่นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยแต่ละปี จีนต้องนำเข้าวัสดุทำหัวปากกาลูกลื่น 1,000 กว่าตัน ในราคา 120,000 หยวนต่อตัน หัวปากกาลูกลื่นมีขนาดแค่ 300-400 ไมครอน หรือไมโครเมตร (0.3-0.4 มิลลิเมตร) สามารถเทียบได้อย่างนี้ 1,000 ไมครอนหรือไมโครเมตร เทียบเท่า  1 มิลลิเมตร โดยต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอนความแม่นยำต้องอยู่ภายใน 2 ไมโครเมตร ความละเอียดของพื้นผิวเป็น 0.4 ไมโครเมตรหรือไมครอน การผลิตหัวปากกาลูกลื่นด้วยตนเองได้แล้วจึงเป็นความก้าวหน้าเชิงปฏิวัติทางเทคโนโลยี

บริษัทไท่หยวนเปิดเผยว่า “ไท่หยวน ไอร่อนแอนด์สตีล” (Taiyuan Iron & Steel : TISCO) บริษัทผู้ผลิตเหล็กและเหล็กกล้าชั้นนำของจีนประกาศว่า ได้วิจัยการผลิต “หัวปากกาลูกลื่น” ได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากที่ได้ทุ่มทุนวิจัยมานานนับ 5 ปี ผลสำเร็จของการวิจัยจะทำให้ประเทศจีนสามารถพึ่งพาตนเองในการผลิตปากกาได้ โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถผลิตหัวปากกาทดแทนการนำเข้าได้ทั้งหมดภายในเวลา 2 ปี ทั้งนี้ ผลการทดสอบคุณภาพในห้องทดลองชี้ว่าหัวปากกาของบริษัทไท่หยวน สามารถลากเส้นได้ยาว 800 เมตรโดยไม่ขาดตอน มีคุณภาพทัดเทียมกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

ปากกาลูกลื่นเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1943 โดยนักหนังสือพิมพ์ชาวฮังการีชื่อ ลาซโล บิโร (Lazlo Biro) ซึ่งโดยอาชีพทำให้เขาคุ้นเคยกับปัญหา ของปากกาหมึกซึมที่ใช้กันอยู่ในขณะนั้น อาทิ เส้นหมึกไม่สม่ำเสมอ หมึกแห้งช้า และเมื่อถูกอากาศร้อน จะเยิ้มเหนียวเปรอะเปื้อนได้ง่าย เขาจึงเกิดความคิด ที่จะพัฒนาปากกาแบบใหม่ ที่ใช้หมึกชนิดแห้งเร็ว แต่เนื่องจากหมึกชนิดดังกล่าว เมื่อสัมผัสกับอากาศจะเกิดการแห้งอุดตันได้ เขาจึงนำลูกบอลโลหะเล็กๆ ติดไว้ที่หัวปากกา เพื่อป้องกัน ไม่ให้หมึกสัมผัสกับอากาศโดยตรง ผลพลอยได้จากการนี้คือ ลูกบอลยังทำหน้าที่ควบคุม ให้หมึกไหลออกจากปากกา อย่างสม่ำเสมออีกด้วย (กลไกเดียวกันนี้ ยังนำไปใช้กับ ขวดสเปรย์ดับกลิ่นตัวชนิด โรล-ออน)

ลูกบอลดังกล่าวมีขนาดพอดีกับหัวปากกา และมีช่องว่างเล็กน้อย เพื่อให้ลูกบอลหมุนได้อย่างอิสระรอบตัว เมื่อกดหัวปากกากับผิววัสดุที่เขียน น้ำหมึกจากหลอดหมึก จะไหลลงมาที่หัวลูกบอล ตามแรงโน้มถ่วง เมื่อลูกบอลหมุนไป มันจะหมุนเอาส่วนที่มีหมึกติดอยู่ กดลงบนผิววัสดุที่เขียน ทำให้เกิดเป็นเส้นหมึกสม่ำเสมอ บนผิววัสดุ ซึ่งจะมีขนาดเท่าใดนั้นขึ้นกับขนาดลูกบอล เช่น ลูกบอลขนาด 0.5 มิลลิเมตรหรือ 500ไมครอน ก็จะให้เส้นหมึกขนาด 0.5 มิลลิเมตรหรือ 500 ไมครอนเช่นกัน เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอนปากกาลูกลื่น จึงมีความสะดวก ในการใช้งานกว่า ปากกาหมึกซึมแบบเดิมเป็นอย่างมาก ส่วนน้ำหมึกประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ตัวทำละลาย เม็ดสี และตัวเติมอื่นๆ สีที่นิยมใช้ได้แก่ สีดำ ทำมาจากคาร์บอน สีน้ำเงินได้จากสารประกอบของเหล็ก และสีแดง ทำมาจากสารประกอบแคดเมียม เป็นต้น

Cr.CRI News

องคมนตรี นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยวัย 71 ปี

ชาญชัย ลิขิตจิตถะ


องคมนตรี นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ  ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยวัย 71 ปี


นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว เช้าวันนี้ในวเลา 08.30 น. ในวัย 71 ปี สาเหตุเกิดจากอาการติดเชื้อในปอด  ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดจาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ว่า สาเหตุที่ นายชาญชัย ถึงแก่อสัญกรรม เพราะ อาการติดเชื้อในปอด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะองคมนตรี  เกิดเมื่อวันที่  25 เมษายน พ.ศ. 2489  ปัจจุบันอายุ 71 ปี   เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในสังคมไทยทั้งวงการตุลาการและวงการการเมือง โดยนายชาญชัย  จบการศึกษามัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดทรงธรรมจบการศึกษา  ระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2512 จบเนติบัณฑิตไทย พ.ศ. 2514

นายชาญชัย ลิขิตจิตถะได้เริ่มทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย หัวหน้าศาลแขวงนครสวรรค์ หัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี หัวหน้าศาลประจำกระทรวง หัวหน้าศาลจังหวัดกระบี่ หัวหน้าศาลจังหวัดเพชรบุรี ผู้พิพากษาศาลแพ่ง หัวหน้าคณะในศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 3 รองอธิบดีศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ผู้พิพากษาศาลฎีกา หัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 รองประธานศาลฎีกา และได้เป็นเป็นประธานศาลฎีกาในปี 2548  และเกษียณอายุในปี 2549

เขาถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขวิฤตการเมืองในขณะนั้น ระหว่างที่นายชาญชัย ลิขิตจิตถะดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา โดยในวันที่ 28 เม.ย. เขาเป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะตุลาการทั้งสามศาล (ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ) หาทางออกทางการเมืองหลังจากที่มีการร้องให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย. 2559 เป็นโมฆะ และได้ข้อสรุป 3 ข้อจากการประชุมคือ  1.ศาลจะเร่งรัดพิจารณาพิพากษาคดีและดำเนินการในส่วนที่อยู่อำนาจหน้าที่ของแต่ละศาล ให้รวดเร็วทันต่อของความเร่งด่วนในแต่ปัญหาที่เกิดขึ้น, 2.การพิจารณา คดีความแต่ละศาล จะต้องใช้และตีความตัวบทกฎหมายเดียวกันนั้นต้องระมัดระวัง ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งนี้เพื่อป้องกันความขัดแย้งและสับสนของ ประชาชน และ 3.ในการดำเนินการของแต่ละศาลนั้นยังต้องยึดถือหลักความเป็นอิสระของศาล ตามเขตอำนาจแต่ละศาล

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้นายชาญชัย ลิขิตจิตถะเป็นองคมนตรี ในวันที่ 8 เม.ย. 2551 ต่อมาในวันที่ 6 ธ.ค. 2559   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายชาญชัยเป็นองคมนตรี   อย่างไรก็ตามในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552 ชุดสืบสวนภูธรภาค 1 ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัย ขณะเดินอยู่ใกล้กับบ้านชาญชัย ไว้ได้ และผู้ต้องสงสัยสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจ้างวานให้ลงมือสังหารชาญชัยภายในวันที่ 7 เมษายน  โดยมีการซัดทอดอดีตนักการเมืองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเนื่องจากต้องการสร้างความวุ่นวาย

Cr.คมชัดลึก,ช่อง 7 สี

Tuesday, January 17, 2017

แบตเตอรีกระดาษ จุพลังงานไฟฟ้า หนาเพียง 200-300 ไมครอน

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


แบตเตอรีกระดาษ จุพลังงานไฟฟ้า หนาเพียง 200-300 ไมครอน


นักวิจัยได้เผยแพร่ผลงานกระดาษจุพลังงานไฟฟ้านี้ในวารสารวิชาการ Advanced Science แล้ว โดยเผยว่ากระดาษนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร หนาเพียง 200-300 ไมครอน(0.2-0.3 มิลลิเมตร)เท่านั้น สามารถเทียบได้อย่างนี้ 1,000 ไมครอนหรือไมโครเมตร เทียบเท่า  1 มิลลิเมตร โดยต้องใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน กระดาษจุพลังงานไฟฟ้านี้สามารถจุไฟฟ้าได้มากถึง 1 ฟารัด ซึ่งเทียบเท่ากับตัวเก็บประจุยิ่งยวด ที่ใช้กันในท้องตลาด วัสดุชนิดนี้สามารถนำมาชาร์จไฟใหม่ได้หลายร้อยครั้ง และแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

แหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้า มีได้หลายรูปแบบ ทั้งแบตเตอรีและตัวเก็บประจุ แต่วันหนึ่งเราอาจจะมีแบบที่บางๆ เป็นกระดาษก็เป็นได้ เมื่อล่าสุด นักวิจัยที่ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ มหาวิทยาลัยลินเชอปิง ในสวีเดน พัฒนากระดาษจุพลังงานไฟฟ้า หนาเพียง 200-300 ไมครอน(0.2-0.3 มิลลิเมตร)เท่านั้น เทียบขนาด 1 มิลลิเมตร = 1,000 ไมครอน ที่สามารถวัดได้จากเครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) วัดชิ้นงานได้ละเอียดถึงระดับไมครอน อันเป็นวัสดุชนิดใหม่ที่มีความสามารถในการกักเก็บพลังงาน

โดยกระดาษชนิดนี้ทำมาจากนาโนเซลลูโลส และโพลิเมอร์นำไฟฟ้า วัสดุชนิดนี้ถือเป็นวัสดุในฝัน เพราะโลกเราจะเป็นต้องใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น แต่การจะใช้พลังงานหมุนเวียนนั้นจำเป็นต้องมีวิธีการใหม่ในการจัดเก็บพลังงาน เช่น เก็บจากฤดูร้อนให้อยู่ถึงฤดูหนาว เก็บจากวันที่ลมแรงให้มีพลังงานใช้ในวันที่ลมสงบ และเก็บจากวันที่มีแสงแดดให้ใช้ได้ในวันที่มีเมฆมาก ปกติเราก็มีฟิล์มที่มีหน้าที่เป็นตัวเก็บประจุอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราทำคือ สร้างวัสดุแบบนี้ออกมาในรูปแบบสามมิติ เราสามารถสร้างออกมาเป็นแผ่นหนาๆได้" ศาสตราจารย์ ซาเวียร์ คริสปิง แห่งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ เผย

โดยงานนี้ยังได้รับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นๆในสวีเดน เดนมาร์ก และสหรัฐอเมริกาอีกด้วย กระดาษเก็บพลังงานนี้อาจจะดูและสัมผัสคล้ายกับกระดาษพลาสติก นักวิจัยบางคนสามารถนำไปพับนกได้ ซึ่งบอกได้ว่ากระดาษนี้แข็งแกร่งมากเพียงใด โครงสร้างพื้นฐานของวัสดุชนิดนี้คือ นาโนเซลลูโลส ซึ่งเป็นเส้นใยเซลลูโลสอุดมไปด้วยน้ำที่ถูกทำให้แตกออกเป็นเส้นใยเล็กๆ และบางจนมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 นาโนเมตร นักวิจัยทำการเติมโพลิเมอร์นำไฟฟ้า (PEDOT:PSS) เข้าไปในสารละลายของเส้นใย และทำให้โพลิเมอร์เหล่านี้ก่อตัวเป็นชั้นเคลือบเส้นใยบางๆ เส้นใยที่ถูกเคลือบจะพันกัน โดยที่น้ำที่อยู่ระหว่างเส้นใยจะทำหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้า เจสเปอร์ เอดเบิร์ก นักศึกษาปริญญาเอกอธิบาย

วัสดุเซลลูโลส-โพลิเมอร์ชนิดใหม่นี้ทำลายสถิติโลกในการทำให้ไอออนและอิเล็กตรอนเคลื่อนที่ได้พร้อมกัน ซึ่งเป็นการบอกว่าวัสดุนี้จุพลังงานได้มากเพียงใด นอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดการต่อยอดเพื่อพัฒนาต่อเป็นวัสดุเก็บพลังงานสูงต่อไปได้ สถิติโลกที่วัสดุนี้สร้างไว้คือ เป็นวัสดุอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ที่เก็บประจุได้สูงสุดคือ 1 คูลอมป์ และ 2 ฟารัด เป็นตัวนำไฟฟ้าอินทรีย์ที่ให้กระแสสูงสุดที่ 1 แอมแปร์ สามารถนำไอออนและอิเล็กตรอนพร้อมกันได้สูงสุด

ความแตกต่างของวัสดุนี้กับแบตเตอรีหรือตัวเก็บประจุที่มีอยู่ในท้องตลาดคือ กระดาษเก็บไฟฟ้าเหล่านี้ถูกทำขึ้นจากวัสดุที่หาง่าย เป็นเซลลูโลสที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และโพลิเมอร์ที่ใช้ก็หาได้ง่าย มีน้ำหนักเบา ไม่มีวัสดุอันตรายหรือโลหะหนัก แถมยังกันน้ำได้อีกด้วย และก้าวต่อไปคือการทำให้กระดาษเหล่านี้คายน้ำออกมาได้เมื่อนำไปทำกระดาษจริงๆ รวมถึงการต่อยอดให้สามารถผลิตได้มากๆในอุตสาหกรรม

Cr.วิชาการ

กรมการขนส่ง แจ้ง รถตู้โดยสารประจำทาง ติดตั้งระบบความปลอดภัย ภายใน มีนาคมนี้

รถตู้


กรมการขนส่ง แจ้ง รถตู้โดยสารประจำทาง ติดตั้งระบบความปลอดภัย ภายใน มีนาคมนี้


เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 60 แถลงผลการประชุมรวมกัน  ระหว่าง พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) พร้อมด้วย นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พ.ต.อ.จักษ์ ยังให้ผล ผู้กำกับกลุ่มงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายณัฐวุฒิ อ่อนน้อม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดเผยการประชุมว่า  เพื่อตรวจสอบจำนวนรถตู้โดยสารประจำทางในแต่ละเส้นทางให้ตรงกับบัญชีรายละเอียดรถในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (บัญชี ขส.บ.11) พร้อมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติการนำรถตู้โดยสารประจำทาง (เฉพาะหมวด 2) เข้าสถานีขนส่งปลายทาง 29 จังหวัด รวมถึงการกำหนดจุดจอดเป็นสถานีขนส่งชั่วคราว ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

นอกจากนี้ ได้ให้เข้มงวดกวดขันในทุกขั้นตอนการตรวจสภาพรถ ตรวจสอบด้วยเครื่องมือและต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนดทุกรายการ ลงโทษขั้นเด็ดขาดหากไม่ยอมนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ด้านบริษัท ขนส่ง จำกัด ให้เตรียมการตั้งจุด Check Point จุดพักรถในเส้นทางสำคัญ พร้อมเร่งรัดการดำเนินการติดตั้ง GPS Tracking ในรถตู้โดยสารสาธารณะกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด และเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560 เพื่อสร้างระบบการติดตามพฤติกรรมการขับขี่แบบเรียลไทม์ และการควบคุมแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS สามารถแจ้งร้องเรียนทุกกรณีการให้บริการที่ผิดกฎหมายผ่านทาง application ดังกล่าวได้ด้วย

กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบรถโดยสารสาธารณะ จึงได้กำหนดมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยรถตู้โดยสารสาธารณะที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศอย่างเข้มข้น เด็ดขาด จริงจัง โดยจะเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่าง กรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่นร่วมดำเนินการตรวจความพร้อมคน ตรวจชั่วโมงการทำงานจากสมุดประจำรถ ตรวจความพร้อมรถตามมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ (Checklist) ที่กำหนดกว่า 20 รายการ เช่น ระบบเบรก ยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูรถ ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก เป็นต้น ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 จนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ และทุกๆ เทศกาลหยุดยาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ ในระบบรถโดยสารสาธารณะปลอดภัยสูงสุดตลอดทั้งปี

กรมการขนส่งทางบก จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นระบบรถโดยสารสาธารณะ และตรวจความพร้อมรถทุกคันตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด พร้อมเร่งรัดติดตั้ง GPS Tracking ในรถตู้สาธารณะกรุงเทพฯ–ต่างจังหวัด เชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมขนส่งให้แล้วเสร็จ ภายใน 31 มี.ค. 60 ทั้งนี้ ทุกๆ มาตรการจะบังคับใช้กฎหมาย ควบคุม กำกับ ดูแล การดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณีทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการ

Cr.ไทยรัฐ

เทรนด์อาชีพ-การศึกษา สอบเทียบเครื่องมือวัด ปี60 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)


เทรนด์อาชีพ-การศึกษา สอบเทียบเครื่องมือวัด ปี60 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา


คำพูดที่ว่า ปรับตัวก่อน ได้เปรียบ หรือ คุณภาพสินค้า ละเอียดเที่ยงตรง ยังคงใช้ได้ดีจนกระทั่งทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลก ธุรกิจในปัจจุบันก้าวเข้าสู่ยุคการค้าเสรี การแข่งขันทางการค้ามีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้อง พัฒนาองค์กรในทุกด้าน โดยเฉพาะกระบวนการผลิต เพื่อให้มีศักยภาพสอดคล้องตาม มาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซึ่งแนวทางที่สำคัญประการหนึ่ง ในการเพิ่มขีดความสามารถของกระบวนการผลิต คือ การสอบเทียบ (calibration) เครื่องมือวัดต่าง ๆ อาทิ เช่น พิสัยการวัด (range) ค่าความละเอียด (resolution) ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) หรือ ค่าความถูกต้อง (accuracy) เป็นต้น

เครื่องมือวัดที่ใช้ในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมก็เช่นกัน โรงงานอุตสาหกรรมก็จะมี กระบวนการในการตรวจสอบและสอบเทียบเครื่องมือวัดให้มีความถูกต้องตามขอบข่าย ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้และกำหนดไว้ เพื่อให้ได้มาตรฐานก่อนนำออกจำหน่าย เมื่อภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ สั่งซื้อเครื่องมือดังกล่าว ก็จะได้รับรองผลการตรวจสอบ (inspection certificate) หรือใบรับรองผลการสอบเทียบ (calibration certificate) เครื่องมือวัดนั้น ๆ มาด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในการสั่งซื้อ โดนในใบรับรองผลการตรวจสอบหรือผลการสอบเทียบจะระบุสมบัติเฉพาะต่าง ๆ ของเครื่องมือ เช่น ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) พิสัยการวัด (range) ค่าความละเอียด (resolution) ค่าความถูกต้อง (accuracy) และสภาวะแวดล้อม ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้นที่เครื่องมือสามารถทำงานได้ เป็นต้น

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) รศ.ดร.ปรุงศักดิ์ อัตพุฒคณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเล่าว่าสาขาวิชาใหม่ที่จะเปิดรับนักศึกษาในปี2560ที่   น่าสนใจคือสาขาวิชาการสอบเทียบเครื่องมือวัดการสอบเทียบเครื่องมือวัดถือว่ามีความสำคัญเพราะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานประจำวันในการดำรงชีวิต โดยอาศัยระบบการชั่งตวงและวัดเข้ามากำกับเช่นเรื่องของอุณหภูมิไฟฟ้าแสงเสียงการสั่นสะเทือนและความกว้างยาวเป็นต้น ทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้หรือระบบต่างๆผู้ที่สำเร็จการศึกษาในสาขานี้สามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในการกำหนดคุณภาพให้ดำเนินไปตามระบบเช่นทำให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมทั้งออกเอกสารรับรองให้กับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ต่างๆหรือแม้แต่อุปกรณ์พื้นฐานเช่นฝาขวดน้ำที่ใช้ๆกันทุกวันหรือวัสดุต่างๆอุปกรณ์รถยนต์หรือพาหนะหรือเสื้อผ้าแม้แต่เครื่องมือแพทย์เป็นต้น โดยหลักสูตรเป็นวท.บ. 4ปีและตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต้องการบุคลากรในสาขานี้เป็นจำนวนมาก สถาบันอุดมศึกษาล้วนมีความแตกต่างทั้งด้านศักยภาพ ความถนัดในการผลิตบัณฑิต  ซึ่งนิสิตนักศึกษาสนใจเรียนมหาวิทยาลัยไหน ควรศึกษาหลักสูตร การเรียนการสอน คณาจารย์ผู้สอน อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ที่สำคัญควรเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ถนัด อยากประกอบอาชีพนั้นในอนาคตจริงๆ หากไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัย คณะ สาขาใด เหมาะกับตนเอง ลองแวะเวียนเข้าชมให้ถึงที่ สอบถามจากศิษย์ หรือสอบถามจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยตรง

Cr.คมชัดลึก